เสือดาวหิมะ

Snow Leopard, Ounce

Uncia uncia

ลักษณะทั่วไป

เสือดาวหิมะมีขนยาวหนาแน่น สีพื้นเทาอมเหลือง บริเวณสีข้างจะอมเหลืองจาง ๆ มีลายดอกเข้มทั่วตัวคล้ายเสือดาว ช่วยให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยซึ่งเป็นภูเขาหินและหิมะปกคลุม ลายดอกบริเวณหลังและสีข้างมีขนาดใหญ่ ส่วนบริเวณหัวและขาเป็นลายจุดขนาดเล็ก บริเวณคาง อก และท้องเป็นสีขาวปลอดไม่มีลาย ลายบริเวณหลังและสีข้างจะจางกว่าบริเวณอื่นซึ่งต่างจากเสือลายจุดชนิดอื่นที่มักมีลายที่หลังเข้มกว่า หางด้านบนจะเป็นวงสีดำ ด้านล่างของหางเป็นจุดจาง ๆ เปรียบเทียบลายดอกของเสือดาวหิมะกับของเสือดาวแล้ว ดอกของเสือดาวหิมจะห่างกันมากกว่า และไม่คมชัดเท่า 

เสือดาวหิมะ 


ขนเสือดาวหิมะยาวและฟูมากเพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่หนาวเย็น ขนบริเวณหลังยาวประมาณ นิ้ว ส่วนบริเวณท้องยาวถึง 12 เซนติเมตร ขนบริเวณหางยาวได้ถึง นิ้ว หางจึงฟูมาก บางครั้งเอามาพาดตัวช่วยให้ความอบอุ่นตอนหลับได้ด้วย ส่วนขนชั้นในก็หนาแน่น ผลัดขนปีละสองครั้ง ขนในฤดูร้อนต่างจากขนในฤดูหนาว

ลำตัวเสือดาวหิมะยาว 90-135 เซนติเมตร หางยาวถึง 90 เซนติเมตรและมีขนฟู ช่วยสร้างความสมดุลเวลากระโจนไปตามโขดหิน ขาค่อนข้างสั้นแต่แข็งแรง ความสูงที่หัวไหล่เพียง 60 เซนติเมตร กล้ามเนื้อหน้าอกแข็งแรงเพื่อใช้ในการปีน มีกะโหลกใหญ่ หน้าสั้น กว้าง ปากสั้น หน้าผากสูง ม่านตาสีเหลืองซีดจนถึงสีเทาอมเขียว รูม่านตากลม หูเล็ก สั้นกลม มีขนอัดแน่น โคนและปลายหูด้านหลังสีดำ กลางหลังหูสีเทา หูที่สั้นกลมนี้ช่วยอำพรางตัวเสือในการล่าในที่ ๆ มีที่กำบังน้อย ซึ่งเป็นการปรับตัวที่พบได้ในสัตว์ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงหลายชนิด อุ้งตีนกว้างแข็งแรงและปกคลุมด้วยขน ช่วยให้เพิ่มพื้นที่ผิวและกระจายน้ำหนักตัวลงบนหิมะได้อย่างสม่ำเสมอ และช่วยปกป้องอุ้งตีนจากความเย็นของหิมะได้ด้วย มีโพรงจมูกใหญ่เป็นพิเศษ

แม้จะมีชื่อและลายคล้ายเสือดาว แต่เสือดาวหิมะก็มิได้มีสายเลือดใกล้ชิดกับเสือดาวแต่อย่างใด และไม่ได้อยู่ในสกุล Panterine เช่นเสือดาว เสือโคร่ง และสิงโต แต่เสือดาวหิมะอยู่ในสกุล Uncia ซึ่งมีเพียงชนิดเดียว เสือดาวหิมะมีเยื่อ fibro-elastic ซึ่งใช้ในการเปล่งเสียงที่พัฒนาไม่เต็มที่ จึงทำเสียงคำรามไม่ได้ และโครงสร้างกะโหลกของเสือดาวหิมะก็ต่างจากเสือชนิดอื่น จะว่าไปแล้วเสือดาวหิมะมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างเสือและแมวเช่นเดียวกับเสือลายเมฆ เสือดาวหิมะทำเสียงสั่นครือในลำคอแบบแมวได้ แต่คำรามไม่ได้ กินอาหารในท่ายืนยอง ๆ แบบแมว 

เสือดาวหิมะตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 45-55 กิโลกรัม ตัวเมียประมาณ 35-40 กิโลกรัม

ชื่อเรียกเสือดาวหิมะในประเทศต่าง 
ฝรั่งเศสPanthère des neiges, Léopard des neiges, Irbis, L'once 
เยอรมันSchneeleopard, Irbis
สเปนleopardo nival, pantera, de las nieves
จีน雪豹
ฮินดี, อูรดู (อินเดีย, ปากีสถาน)bharal he, barfani chita
ดารี (อัฟกานิสถาน)palang-i-berfy 
ลาดัก (แคชเมียร์)shan 
เนปาลhiun chituwa
ปากีสถานIkar
รัสเซียsnezhnai bars
รัสเซีย, เอเชียกลาง, มองโกเลียirbis, irvis
ทิเบตsarken
ภูฏานchen


ชนิดย่อย

เสือดาวหิมะมีชนิดย่อยสองชนิด คือพันธุ์เหนือ (Uncia uncia unciaมีเขตกระจายพันธุ์อยู่ใน มองโกเลียและรัสเซีย กับพันธุ์ใต้ (Uncia uncia uncioidesมีเขตกระจายพันธุ์อยู่ในจีนและเทือกเขาหิมาลัย เขตทั้งสองนี้ไม่ต่อเนื่องกัน

อุปนิสัย

เสือดาวหิมะมีนิสัยสันโดษและขี้อาย กระโดดเก่งมาก กระโดดได้ไกลถึง 15 เมตร เวลาตอนกลางวันชอบพักผ่อนอยู่บนรังของแร้งดำ เวลาขึ้นไปพักบนรังแร้งจะไม่ได้ปีนขึ้นไป แต่กระโดดขึ้นไป

เสือดาวหิมะชอบออกหากินเวลาเย็นหรือเช้าตรู่ อาหารหลักได้แก่ แกะป่า เช่น บลูชีป ไอเบ็กซ์เอเชีย มาร์คอร์ และอาร์กาลี  นอกจากนี้ก็ยังมี ไอเบกซ์ กวางชะมด หมูป่า มาร์มอต กระต่ายป่าและนกอีกหลายชนิด คาดว่าในปีหนึ่ง เสือดาวหิมะล่าบลูชีปประมาณ 20-30 ตัว เสือดาวหิมะล่าได้แม้แต่สัตว์ที่หนักตัวตัวเองถึงสามเท่า มีเพียงแย็กที่โตเต็มวัยหรือลาป่าเท่านั้นที่ล่าไม่ได้ จากการศึกษาเสือดาวหิมะที่ติดปลอกคอ พบว่าเสือดาวหิมะล่าสัตว์ใหญ่ทุก 10-15 วัน แต่ในมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน พบว่าราว 45 เปอร์เซ็นต์ของอาหารในฤดูร้อนคือมาร์มอต 



เวลาล่าเหยื่อ เสือดาวหิมะจะคืบคลานเข้าหาไปในจุดที่สูงกว่าเหยื่อโดยอาศัยก้อนหินช่วยในการอำพราง เมื่อได้โอกาสจึงกระโจนลงมาจับ ซึ่งเป็นเทคนิคแบบเดียวกับที่คูการ์ในอเมริกาเหนือใช้

ปกติเสือดาวหิมะล่าเหยื่อโดยลำพัง แต่ในฤดูผสมพันธุ์เสือหนุ่มสาวก็อาจช่วยกันล่าก็ได้ เคยมีผู้พบว่าเสือดาวหิมะสองตัวแบ่งหน้าที่กันล่าโดยตัวหนึ่งเข้าหาเหยื่อแล้วให้อีกตัวหนึ่งที่ดักฆ่าอยู่ข้างหน้า เมื่อล่าเหยื่อได้แล้วหากกินไม่หมดก็จะป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ไกลจากเหยื่อนัก และจะกลับมากินทุกวันเป็นเวลาสามสี่วันหรือจนกว่าเหยื่อจะหมด บางครั้งอาจอยู่นานถึง สัปดาห์

เสือดาวหิมะไม่ค่อยคุกคามมนุษย์เท่าใดนัก และยังไม่เคยมีรายงานว่าเสือดาวหิมะทำร้ายคน  ในพื้นที่ที่ชุมชนมนุษย์รุกล้ำเข้าไปในเขตของเสือดาวหิมะ ก็ยังคงพบเสือได้อยู่บ่อย ๆ เพราะเสืออาจจับปศุสัตว์ของชาวบ้านกินได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่แร้นแค้น อาหารในธรรมชาติหายาก หมู่บ้านในที่ราบสูงทิเบตมักเสียสัตว์เลี้ยงให้เสือดาวหิมะราว เปอร์เซ็นต์ บางพื้นที่อาจมากถึง 9.5 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาขี้เสือดาวหิมะ 213 ก้อนที่อยู่รอบหมู่บ้านในพื้นที่อนุรักษ์แอนนาเพอร์นาของเนปาลในปี 2537 พบเศษของปศุสัตว์ราว 17.8 เปอร์เซ็นต์ และสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ในฤดูหนาว ซึ่งอาจเป็นผลจากความแร้นแค้นในช่วงนั้น เพาะมาร์มอตจำศีล หิมะตกหนา และฝูงแย็กก็ไม่ค่อยออกไปไหนไกล เสือดาวหิมะในพื้นที่นี้ล่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านทั้งที่ยังมีบลูชีปอยู่เป็นจำนวนมาก

เสือดาวหิมะมักอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ในระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน ก่อนที่จะเดินทางไกลไปอีกที่หนึ่ง ระยะทางที่เดินทางวันหนึ่งเฉลี่ยราว กิโลเมตรสำหรับตัวผู้และ 1.3 กิโลเมตรสำหรับตัวเมีย บางครั้งอาจเดินทางได้ไกลถึงวันละ กิโลเมตร 

มีการศึกษาโดยอาศัยวิทยุปลอกคอเพียงเล็กน้อย การศึกษาเสือดาวหิมะ ตัวในโตรกลางกูในเนปาลพบว่ามีพื้นที่อาศัยอยู่ในช่วง 12-39 ตารางกิโลเมตร ซึ่งแต่ละตัวมีพื้นที่ซ้อนเลื่อมกันระหว่างเพศ และในอาณาเขตของแต่ละตัวนี้มีเพียง 14-23 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้อาศัยประจำและมีการทำเครื่องหมายบ่อยครั้ง 

ถิ่นที่อยู่อาศัย


เขตกระจายพันธุ์ของเสือดาวหิมะ 


เสือดาวหิมะอาศัยอยู่ตามบนภูเขาสูงของเอเชีย เช่นในมองโกเลีย จีน รัสเซีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย และเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ในธิเบตและจีน แม้พื้นที่รวมจะมากถึง 2.3 ล้านตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ที่อาศัยอยู่ได้มีเพียง 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร แหล่งที่อยู่ของเสือดาวหิมะถูกตัดขาดจากกันเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยจำนวนมาก เนื่องจากอาศัยอยู่ในที่ทุรกันดาร มีสัตว์อาศัยอยู่น้อย เสือดาวหิมะจึงต้องมีเขตหากินกว้างขวางมาก อาณาเขตของเสือดาวหิมะทำโดยการปล่อยกลิ่น  รอยข่วน และกองขี้

เสือดาวหิมะอาศัยอยู่บนภูเขาสูงที่เป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ ทุ่งหิมะและน้ำแข็ง ชอบพื้นที่ที่เป็นโขนขอนระเกะระกะ มักพบตามเชิงผา สันเขา แต่ก็มีกรณีพิเศษเช่นในมองโกเลียและที่ราบสูงทิเบตมักพบตามพื้นที่ราบมากกว่า ส่วนในเทือกเขาในรัสเซียและบางส่วนของเทือกเขาเทียนซันพบเสือดาวหิมะอยู่ในป่าสน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่ระดับความสูง 3,000-4,500 เมตร เคยพบที่ระดับสูงกว่า 5,500 เมตร พอถึงฤดูหนาวอาจย้ายลงมาอาศัยในพื้นที่ระดับต่ำลงมา อาจต่ำที่ระดับถึง 1,800 เมตรซึ่งอาจเป็นพื้นที่ป่าที่มีไม้ยืนต้น อย่างไรก็ตามเสือดาวหิมะมักไม่พบในที่ ๆ ป่าไม้หนาแน่น เวลาเดินทางมักเดินทางตามแนวสันเขา และตีนผา ริมลำธาร 




ความหนาแน่นของจำนวนเสือดาวหิมะต่อพื้นที่คาดว่าอยู่ราว 0.8 ตัวต่อ 100 ตารางกิโลเมตร จนถึง 10 ตัวต่อ 100 ตารางกิโลเมตร (เนปาล 5-7 ตัว จีน 0.5-4 ตัว อินเดีย 0.5-6.6 มองโกเลีย 4.4-5 คาซัคสถาน 0.8-4.7 รัสเซีย 0.75-1.5) การประเมินเหล่านี้ใช้วิธีโดยอ้อม เช่นประเมินจาก รอยข่วน กองขี้ การปล่อยละอองเยี่ยว ตามเส้นทางเดิน

ชีววิทยา

ฤดูผสมพันธุ์เริ่มตั้งแต่ราวต้นเดือนมกราคมจนถึงกลางเดือนมีนาคมซึ่งเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยสังเกตจากได้ยินเสียงร้องหาคู่บ่อยในช่วงนี้ หลังจากแม่เสือตั้งท้องนาน 98-103 วันก็จะออกลูก ซึ่งมักอยู่ในช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นฤดูที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด หาอาหารง่ายที่สุด มักออกลูกตามถ้ำหรือหลืบหินและรองพื้นรังด้วยขน ออกลูกครั้งละ 2-7 ตัว ส่วนใหญ่ 2-3 ตัว ลูกเสือแรกเกิดหนัก 320-708 กรัม มีแต่จุดดำไม่เป็นดอก เมื่อโตแล้วตรงกลางจุดดำจึงค่อยจางลงกลายเป็นลายดอก ตาลืมได้เมื่ออายุได้ 7-9 วัน เริ่มคลานได้เมื่ออายุ 10 วัน ในช่วงแรกลูกเสือจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นวันละ 48 กรัม พออายุ เดือนก็เริ่มกินอาหารแข็งได้ ลูกเสือจะอยู่กับแม่นานประมาณ 18-22 เดือน เมื่อถึงฤดูหนาวที่สองก็จะแยกย้ายกันไป เสือพี่น้องอาจอยู่ด้วยกันอีกสักพักหนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไปตั้งหลักแหล่งของตนเอง ในสถานเพาะเลี้ยง เสือดาวหิมะหนุ่มสาวจะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 2.5 ปี เชื่อว่าในธรรมชาติน่าจะใช้เวลานานกว่านั้น ตัวที่อายุมากที่สุดที่ผสมพันธุ์มีอายุ 15 ปี มีอายุขัยประมาณ 15-18 ปี ตัวที่อายุยืนที่สุดมีอายุถึง 21 ปี ระยะเวลาติดสัด 2-12 วัน คาบการติดสัด 15-39 วัน

ภัยที่คุกคาม

เสือดาวหิมะเป็นเสืออีกชนิดหนึ่งที่ต้องประสบเคราะห์กรรมจากฝีมือมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม สัตว์กีบขนาดใหญ่ซึ่งเป็นอาหารหลักถูกล่าไปมาก ส่วนสัตว์เหยื่อขนาดเล็กเช่นพิกาและมาร์มอตก็ถูกวางยาตายไปเป็นจำนวนมากตามโครงการบนที่ราบสูงทิเบต การทำปศุสัตว์บนที่สูงก็เป็นการแย่งแหล่งหากินของสัตว์เหยื่อในธรรมชาติของเสือดาวหิมะอีกด้วย จนบางครั้งเสือดาวหิมะที่หิวโซไปฆ่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เป็นการสร้างปมขัดแย้งระหว่างเสือกับคน ซึ่งผู้แพ้ก็มักเป็นเสือนั่นเอง

ความสง่างามของเสือดาวหิมะก็ทำภัยมาสู่ตัวเช่นกัน หนังอันสวยงามก็เป็นที่ต้องการในวงการแฟชั่น ในทิเบตขนเสือดาวหิมะอาจมีราคา 190 ดอลลาร์ ก่อนที่จะมีการรณรงค์ต่อต้านแฟชันขนสัตว์ ในวงการแฟชั่นก็เคยให้ความสนใจเสื้อขนเสือดาวหิมะไว้สูงมาก เสื้อคลุมขนเสือดาวหิมะดี ๆ อาจมีราคาสูงถึงชุดละ 50,000 ดอลลาร์ ในช่วงทศวรรษ 1920 มีการซื้อขายหนังเสือดาวหิมะในรัสเซียและเอเชียกลางสูงถึงปีละ 1000 ตัว แม้ปัจจุบันการซื้อขายหนังเสือดาวหิมะในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่มีแล้ว เนื่องจากวงการขนสัตว์นานาชาติปฏิเสธการทำเครื่องแต่งกายหรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากขนเสือดาวหิมะ แต่หนังเสือดาวหิมะก็ยังหาซื้อได้ในเมืองกาทมันดุ จีน ไต้หวัน และมองโกเลีย โดยเฉพาะที่เนปาลยังมีเสื้อโค้ตที่ทำจากขนเสือดาวหิมะและเสือชนิดอื่นวางขายตามร้านกิฟต์ช็อปหลายแห่ง นอกจากนี้วงการยาจีนก็ต้อนรับกระดูกและเครื่องในของเสือดาวหิมะเช่นกันเพราะต้องการนำไปแทนกระดูกเสือโคร่ง 

ในอินเดีย เสือดาวหิมะได้รับการคุ้มครองตั้งแต่ปี 1952 แต่ในตอนเหนือของประเทศและรัฐต่าง ๆ รอบเทือกเขาหิมาลัยการล่าก็ยังคงเกิดขึ้นต่อไปเนื่องจากราคาที่สูงของขนเสือ รัฐบาลอินเดียได้ริเริ่มโครงการเสือดาวหิมะ (Project Snow Leopard) เพื่ออนุรักษ์แบบเดียวกับโครงการเสือโคร่ง (Project Tiger) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในมองโกเลียยังมีการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวล่าเสือดาวหิมะอย่างถูกกฎหมาย โดยต้องจ่ายเงินหลายพันดอลลาร์ต่อหนึ่งตัว กฎหมายในรัสเซียก็ห้ามล่าสัตว์ชนิดนี้เช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ การลักลอบล่าก็ยังคงเกิดขึ้นและเพิ่มขึ้น

สถานภาพ


เสือดาวหิมะเป็นเสือที่มีการสำรวจประชากรค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเสือชนิดอื่น ฐานข้อมูลด้านประชากรจะดูแลโดย International Snow Leopard Trust (ISLT) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในซีแอตเทิล วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากเสือดาวหิมะอาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารและเข้าถึงไม่ได้ จำนวนประชากรที่แท้จริงในธรรมชาติจึงไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเหลืออยู่เพียง 4,500 7,500 ตัว (แจกสัน 1992, ฟอกซ์ 1994)  การประเมินก่อนหน้านี้มีจำนวนต่ำกว่านี้ (1,500-4,000) เนื่องจากขาดข้อมูลด้านเขตกระจายพันธุ์ที่พีพอ จำนวนประชากรที่มากที่สุดอยู่ในประเทศจีน (ส่วนใหญ่อยู่ในทิเบต) รองลงมาคือที่คีย์กิสถานและมองโกเลีย เชื่อว่าแม้ในอดีตก็ไม่มียุคใดเลยที่มีประชากรมากเนื่องจากข้อจำกัดของแหล่งที่อยู่อาศัย

ในจีนและมองโกเลีย มีพื้นที่คุ้มครอง 101 แห่งและอาจเพิ่มเป็น 115-120 ในอนาคต แต่ส่วนใหญ่มีพื้นที่เล็กกว่า 500 ตารางกิโลเมตรและน่าจะมีเสือดาวหิมะที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์เพียงไม่กี่ตัว พื้นที่คุ้มครอง 47 แห่งที่มีเสือดาวหิมะรวมกันแล้วยังมีพื้นที่รวม 224,284 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเท่ากับเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ของเขตกระจายพันธุ์ทั้งหมดของเสือดาวหิมะเท่านั้น

แม้จะมีพื้นที่คุ้มครองที่ได้รับการประกาศ แต่พื้นที่เหล่านี้ก็มักมีการจัดการที่ไม่มีคุณภาพ มีพื้นที่ถึง 65 เปอร์เซ็นต์ที่มีมนุษย์อาศัย และมี 86 เปอร์เซ็นต์ที่มีการทำปศุสัตว์ มีเพียง 49 เปอร์เซ็นต์ที่มีแผนการจัดการ ในประเทศเนปาล มีเสือดาวหิมะราว 65 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่นอกเขตคุ้มครอง 

ประเมินเขตกระจายพันธุ์และจำนวนประชากรของเสือดาวหิมะ (Fox 1994)
ประเทศพื้นที่ที่อยู่อาศัย (ตารางกิโลเมตร)จำนวนประชากรโดยประมาณ
อัฟกานิสถาน50,000100-200
ภูฏาน15,000100-200
จีน1,100,0002,000-2,500
อินเดีย75,000200-600
คาซักสถาน50,000180-200
คีย์กิสถาน105,000800-1,400
มองโกเลีย90,000500-1,000
เนปาล30,000350-500
ปากีสถาน80,000100-200
รัสเซีย130,00050-150
ทาจิกีสถาน100,000120-300
อุสเบกิสถาน10,00010-50
รวม1,835,0004,510-7,350


ไซเตสจัดให้เสือดาวหิมะอยู่ในบัญชีหมายเลข ไอยูซีเอ็นประเมินสถานภาพไว้ในระดับอันตราย มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ

สถานภาพประชากร

มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ

ประเทศที่ห้ามล่า

ภูฏาน (เฉพาะในพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของเสือดาวหิมะในประเทศเกือบทั้งหมด) จีน อินเดีย คาซัคสถาน คีย์กิสถาน เนปาล ปากีสถาน รัสเซีย ทาจิกิสถาน อุสเบกิสถาน

ควบคุมการล่า

มองโกเลีย

ไม่มีข้อมูล

อัฟกานิสถาน


จำนวนพื้นที่คุ้มครองสำหรับเสือดาวหิมะจำแนกตามประเทศและพื้นที่ (ข้อมูลจาก International Snow Leopard Trust, May 1993)
ประเทศ<500 ตร.กม.500-1,000 ตร.กม.1,000-6,000 ตร.กม.5,000-10,000 ตร.กม.>10,000 ตร.กม.
อัฟกานิสถาน11000
ภูฏาน00010
จีน30504
อินเดีย248700
คาซักสถาน03000
คีย์กิสถาน41000
มองโกเลีย011?01
เนปาล20600
ปากีสถาน181200
รัสเซีย11000
ทาจิกีสถาน20000
อุสเบกิสถาน13000
รวม56192115



Uncia uncia
ชื่อไทยเสือดาวหิมะ
ชื่อวิทยาศาสตร์Uncia uncia
ชั้นMammalia
อันดับCarnivora
วงศ์Felidae
วงศ์ย่อยPantherinae
สกุลUncia

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://dialspace.dial.pipex.com/agarman/snowlep.htm
  • http://www.canuck.com/iseccan/snowleop.html
  • http://lynx.uio.no/catfolk/uncia-01.htm

เขียนโดย วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com) เผยแพร่ : 30 ส.ค. 64 แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 ส.ค. 64

Powered by Wimut Wasalai