
6 พฤศจิกายน 2551
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเร่งหาเหตุมหาสมุทรอินเดียผิดปกติ ดันความกดอากาศต่ำไม่ให้ออกนอกประเทศไทย
วันที่ 5 พฤศจิกายน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ช่วงเวลานี้ ที่ปกติแล้วประเทศไทยต้องเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว แต่ยังมีฝนตกและหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมหนักอยู่นั้น เป็นเพราะ ร่องความกดอากาศต่ำยังไม่ยอมเคลื่อนที่ออกจากประเทศไทยเสียที ตามปกติช่วงเวลานี้ร่องความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนที่ออกไปแล้ว แต่ที่ยังไม่ออกไปเป็นเพราะมวลอากาศเย็นในมหาสมุทรอินเดียดันเอาไว้ ร่องความกดอากาศต่ำจึงไม่สามารถเคลื่อนที่ออกไปไหนได้
“ประกอบกับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีพายุดีเปรสชั่นลูกหนึ่งเคลื่อนที่เข้ามาในประเทศไทย และเมื่อดีเปรสชั่นลูกดังกล่าวสลายกำลังลง กำลังของดีเปรสชั่นที่สลายนั้นไปเพิ่มกำลังให้ความกดอากาศต่ำที่ยังคาอยู่ จึงส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ ทั้งภาคกลางตอนบนและภาคเหนือบางส่วนในเวลานี้ และยังจะเป็นเช่นนี้ไปอีกระยะหนึ่ง”ดร.อานนท์ กล่าว
ดร.อานนท์ กล่าวว่า ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนสรุปชัดเจนว่ามหาสมุทรอินเดียมีความผิดปกติเพราะอะไร และยังสรุปไม่ได้ว่า มาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก แต่ข้อมูลที่ทุกคนทราบกันดีคือ มีความผิดปกติแบบนี้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจศึกษากันมาก
นายสมชาย ใบม่วง ผู้อำนวยการสำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในระยะ 1-2 วันที่ผ่านมา และคาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน นี้ เกิดจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แต่เมื่อเจออากาศร้อนชื้นแถวภาคกลางทำให้เกิดลักษณะฝนฟ้าคะนอง และถือเป็นฝนแรกของอากาศเย็นที่แผ่เข้ามา ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนจากฤดูฝนไปสู่ฤดูหนาว นอกจากนี้ยังพบว่าร่องความความกดอากาศต่ำ ที่มีความแรง อยู่ตลอดเวลาทำให้กลุ่มฝนที่อยู่ในแนวร่องขยับลงมา จึงยังมีฝนตกเยอะอยู่ โดยเฉพาะแถวภาคกลาง และภาคตะ วันออก
“ภาพรวมถึงแม้ปีนี้ฝนจะล่ามา 2 สัปดาห์แล้ว และพบมีค่าเฉลี่ยปริมาณฝนสูงกว่าคาบปกติ 30 ปี และสูงกว่าปี 2550 จนทำให้น้ำในเขื่อนหลายแห่งเต็ม และกรมชลประทานต้องปล่อยออกมาท้ายเขื่อนก็ตาม แต่ก็น่าเป็นห่วงว่าบางพื้นที่มีโอกาสเจอภัยแล้งในปี 52 โดยเฉพาะอุบลราชธานี สุรินทร์ ยโสธร เพราะมีฝนตกเฉลี่ยทั้งปีน้อยกว่า 1,000 มิลลิเมตร ส่วนภาคใต้จะเข้าสู่ช่วงฝนอย่างเต็มที่ ”นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับการคาดหมายอากาศในช่วงฤดูหนาวปีนี้ มีแนวโน้มที่ฤดูหนาวจะยาว นานกว่าปกติ เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ย. 2551 จนถึงกลางเดือนก.พ.2552 และมีโอกาสที่อุณหภูมิจะต่ำ กว่าปี 2550 ประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเพราะอิทธิพลของปรากฎการณ์ลานิญาจะทำให้อุณหภูมิเย็นลง โดย เฉพาะยอดดอยในพื้นที่ภาคเหนือจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส จนเกิดปรากฎการณ์น้ำค้างแข็งได้ตั้ง กลางเดือนธันวาคมถึง มกราคม 2552 ส่วนในเขตพื้นที่กทม. คนกรุงเทพจะมีโอกาสได้สัมผัสอากาศเย็นเป็นระยะๆตลอดเดือนธันวาคม เป็นต้นไป เพราะแนวโน้มจะมีมวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ลงมาเป็นระลอกๆเหมือนกับปี 2550 ซึ่งทำให้ปีที่แล้วเขตกทม.มีอุณภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส แต่ปีนี้ระหว่างเดือนธันวาคมถึง มกราคม จะลดลงเหลือ 17-18 องศาฯ
“ฤดูหนาวปีนี้ประเมินว่าอากาศจะเย็นกว่าปีก่อนอย่างน้อย 1-2 องศาเซลเซียส อาทิ เชียงราย ช่วงมกราคม 2552 อุณหภูมิเฉลี่ย 8-10 องศาฯ เชียงใหม่ 10-12องศาฯ อุดรธานี 9-10 องศาฯ เลย 7-9 องศาฯ อุบลราชธานี 12-14 องศาฯ นครสวรรค์ 13-15 องศาฯ อรัญประเทศ 15-17 องศาฯ ประจวบคีรีขันธ์ 17-19 องศา ส่วนบางนา กทม. 17-19 องศา”
ที่มา
|