
28 กันยายน 2551
คำถามที่กรมอุทยานยังตอบไม่ได้
วรลักษณ์ ศรีใย
บรรยากาศที่ตึกญี่ปุ่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา คลาคล่ำไปด้วยนักอนุรักษ์ ทั้งในส่วนข้าราชการกรมอุทยานฯ องค์กรอนุรักษ์ นักอนุรักษ์ และนักธุรกิจการท่องเที่ยว ที่พกใจไปเต็มร้อย ที่จะปกป้องสมบัติของชาติ
เป็นเรื่องที่แทบจะต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของกรมอุทยานฯเลยก็ว่าได้ ที่มีคนทุกสาขาอาชีพมาร่วมประชุมกับกรมฯโดยไม่ได้นัดหมาย แม้ว่ากรมอุทยานฯจะเลื่อนวันประชุมอย่างกะทันหัน ทั้งกำหนดการและสถานที่แน่นอนน่าจะประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 23 กันยายน ถึงอย่างนั้นบรรดาพวกรักษ์ป่า ก็เฝ้ารออย่างใจจดจ่อที่จะไปเพื่อยืนยันว่า “ป่าเป็นสมบัติของคนไทยทั้งประเทศ”
ช่วงเช้า ของการสัมมนาเป็นการให้ข้อมูลโดยเจ้าของโครงการ วิชิต พัฒนโกสัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่กล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวมากมาย อยากสัมผัสธรรมชาติ อยากศึกษา พักผ่อน หลายแห่งมีนักท่องเที่ยวมาก จน แออัด เช่น เขาใหญ่ เต็มที่ไม่ควรเกิน 3,000 คน แต่เสาร์-อาทิตย์ เกิน 3,000 คน เจ้าหน้าที่ต้องกักรถเอาไว้จนเกือบโดนประชาทัณฑ์ เพราะรถบางคันบอกว่า มาจากภูเก็ต ลางานมาแล้ว เด็ก ๆ ร้องกันกระจองอแง ด้วยความเป็นไทยจึงต้องผ่อนปรนกันไป เมื่อเกิดความแออัด สุขา การกินอยู่ เจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลไม่ไหว นอกจากเขาใหญ่แล้ว ยังมีภูกระดึง อุทยานแห่งชาติทางทะเลต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ผมเรียนว่า เจ้าหน้าที่อุทยานได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ฝึกอาวุธให้ดูแลรักษาป่าต้องไปทำหน้าที่รักษาป่า ส่วนเรื่องการให้บริการแบบนี้ สมควรแล้วยังที่จะปล่อยมือไปให้ชุมชนหรือท้องถิ่นหรือเอกชนที่เป็นมืออาชีพทำ ยืนยันว่า เราจะไม่เอา 7 โซน มาทำปู้ยี่ปู้ยำเด็ดขาด
 |
ตามมาด้วยเวทีจากผู้แทนหลายภาคส่วน ทั้งนักวิชาการอย่าง ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ขึ้นมาตั้งคำถาม 3 ข้อ ถามในที่ประชุม 3 ข้อ คือ 1.ตัวเลข ที่กรมอุทยานให้เอกชนเช่า จำนวน 48,000 บาท ต่อไร่นั้น เป็นตัวเลขจากอะไร เอาอะไรมาคิดคำนวณ ถ้าหากเอาเรื่องความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมมาคิดคำนวณ ตัวเลขนี้จะใช้ไม่ได้เลย เพราะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ที่เป็นป่ากับที่เป็นทะเลนั้น ระบบนิเวศแตกต่างกันมาก แม้แต่ป่าที่อยู่ใกล้กันบางพื้นที่ยังไม่เหมือนกันเลย 2.โรงแรม หรือรีสอร์ท ที่จะให้เอกชนสร้างนั้น จะต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)หรือไม่ เพราะเดิมที โรงแรมที่มีห้องพักไม่เกิน 80 ห้องไม่ต้องทำอีไอเอ แต่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ถือเป็นพื้นที่ที่อ่อนไหวอย่างมาก ข้อ สุดท้าย คือ อยากทราบว่า เรื่องเดิมที่กรมอุทยานฯ เคยกำหนดปริมาณนักท่องเที่ยวสำหรับในพื้นที่อุทยานฯต่างๆ เช่น ที่เกาะสุรินทร์ กำหนดไว้ต้องไม่เกิน 620 คนต่อคืน จึงอยากทราบว่า ยังคงใช้หลักเกณฑ์นี้อยู่หรือไม่
 |
“การสร้างโรงแรม หรือรีสอร์ทบนเกาะสุรินทร์ที่ผมยกตัวอย่างนั้นนอกจากนักท่องเที่ยว ที่จะขึ้นไปพักแล้ว อย่าลืมว่าในโรงแรมหรือรีสอร์ทนั้นจะต้องมีพนักงานอยู่ด้วย จะนับพนักงานในโรงแรมรวมไปในจำนวน 620 คนด้วยหรือไม่ ผมเชื่อว่า คำตอบของกรมอุทยานฯ สำหรับคำถามของผมจะบอกอะไรได้ระดับหนึ่ง” ดร.ธรณ์ กล่าว พร้อมกับข้อสรุปที่ว่า “อุทยานแห่งชาติกำลังทำหน้าที่ที่ไม่ใช่หน้าที่”
นายวีระ บำรุงศรี ประธานสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวกล่าวว่า นักท่องเที่ยวของสมาคมฯ ส่วนใหญ่จะมาจากต่างประเทศ นักท่องเที่ยวจะชอบเรื่องที่อุทยานแห่งชาติในเมืองไทยมีความหลากหลาย และก่อนเข้ามาเที่ยว สมาคมฯ จะให้ข้อมูลก่อนว่าอุทยานฯ แต่ละแห่งเป็นอย่างไร มีข้อจำกัดอะไรบ้าง นักท่องเที่ยวเหล่านั้นก็จะรู้และเข้าใจสภาพทั้งหมดก่อนที่จะเข้าไปเที่ยวอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในมุมนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ อยากได้ความสะดวก ยิ่งมีความสะดวก ยิ่งทำให้จำนวนวันที่จะอยู่เมืองไทยนานมากยิ่งขึ้น เห็นด้วยที่ว่ากรอบกติกาเดิมของกรมอุทยาน เชื่อว่าทุกคนคงจะห่วงในทรัพยากรเหมือนกัน อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ต้องมากนักก็ได้ เพราะเดิมนั้นก็ดีพออยู่แล้ว
แต่ไฮไลท์อยู่ช่วงบ่าย เปิดด้วย อ.รตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยืนยันว่าระเบียบกรมอุทยานฯ ปี 2547 ขัดกับ พรบ. อุทยานแห่งชาติปี 2504 หมายความว่าและได้ยื่นจดหมายนี้ต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ
ตามด้วย อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) นายผ่อง เล้งอี้ ออกปากเตือน “ให้คำนึงถึงความล้มเหลวที่ผ่านมาที่มีบทเรียนเรื่องสัมปทานป่าไม้ให้เอกชน เหมือนวันนี้ที่เราพูดเรื่องให้เอกชนเข้ามาสัมปทานพื้นที่อุทยานฯ ด้วยแนวคิดเดียวกัน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าแนวคิดล้มเหลว” และ “ข้าราชการและนักการเมือง ที่มีแนวคิดในการเปิดเช่าอุทยานแห่งชาติให้คำนึงถึงวิญญาณของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสละชีวิตเพื่อการอนุรักษ์ ด้วย”
ในขณะที่ นายนพรัตน์ นาคสถิต อดีตข้าราชการกรมป่าไม้ และรองประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร บอกว่าวันนี้อุทยานแห่งชาติ ไม่ใช่ PARK FOR PEOPLE แต่เป็น PARK FOR SALE แทน
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธานชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมและรองประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ดับเครื่องชนด้วยคำถามที่ทำเอารองฯ วิชิต ที่นั่งบนเวทีต้องขอให้ทวนคำถามถึง 3 ครั้ง
“การจะเปิดพื้นที่อุทยานแห่งชาติให้เอกชนเช่านั้น เป็นเพียงแนวคิดหรือเกิดขึ้นแล้ว” พร้อมกับเปิดเผยเอกสารวาระการประชุม ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมให้เอกชนเข้าร่วมบริการการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ที่ทำเอาผู้ฟังทั้งห้องฮือฮา เมื่อมีชื่อตัวละครตัวใหม่เกิดขึ้นนั่นคือ บริษัทบ้านปูการละคร ที่เป็นบริษัทที่เข้ามายื่นขอเป็นเอกชนที่จะเข้าไปลงทุน
ผู้ดำเนินรายการต้องเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ ว่าวันนี้ต้องการข้อเสนอแนะ มากกว่าจะให้มาตอบคำถามแบบนี้ ในขณะที่นายวิชิต ได้แต่อ้ำอึ้ง อยู่บนเวที
นอกจากนั้นยังมี กลุ่มคนรักษ์อุทยานที่รวมตัวกันทางอินเตอร์เน็ท ได้ลุกขึ้นนำเสนอความคิดเห็น โดยรวมแล้วยังไม่มีใครเห็นด้วยกับแนวคิดนี้
จนเกือบปิดเวที มีผู้ทวงถามให้รองฯ วิชิต ได้ตอบคำถามเรื่องของ บ้านปูการละคร อีก แต่ผู้ฟังทั้งห้องก็ไม่ได้ยินอะไร จนกระทั่งปิดการประชุม
แม้ว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาในวันนั้น จะยังไม่ได้รับคำตอบจากกรมอุทยานฯ แต่ชื่อ บริษัทบ้านปูการละคร ยังติดอยู่ในใจที่ชี้ชัดว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่แนวคิด แต่ปฏิบัติไปแล้ว อาจจะเกินครึ่ง
หมายเหตุ เมื่อวันที่ 24 กันยายน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวคิดการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ สืบเนื่องมาจาก การที่กรมอุทยานฯมีแนวคิดจะให้ภาคเอกชนเข้าไปเช่าพื้นที่ เพื่อสร้างที่พักและร้านอาหาร
ที่มา
|