
11 มีนาคม 2551
'สะพานพันธุกรรม' ก้าวต่อไปของการอนุรักษ์เสือโคร่ง
วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (The Wildlife Conservation Society) และมูลนิธิแพนเทอราได้แถลงแผนการที่จะกำหนดแนวพื้นที่ที่เรียกว่า "สะพานพันธุกรรม" ทอดยาว 8,000 กิโลเมตรตั้งแต่ภูฏานจนถึงพม่า เพื่อต้องการให้เป็นเส้นทางผ่านไปมาของเสือโคร่ง แนวสะพานนี้พาดผ่าน 8 ประเทศ และจะเป็นเขตที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ดร.อลัน ราบิโนวิตซ์ ผู้อำนวยการโครงการของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่ากล่าวว่า สะพานนี้มีความสำคัญมากในการอนุรักษ์เสือโคร่งในระยะยาว เพราะเป็นการลดความเสี่ยงจากการผสมพันธุ์ร่วมสายเลือดของเสือโคร่ง แนวสะพานที่เสนอไปครอบคลุมพื้นที่ของภูฏาน ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม
โครงการนี้ได้รับพระบรมราชานุมัติจากสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งภูฏานแล้ว และพระองค์ก็ทรงมีพระประสงค์ให้ประมุขแห่งรัฐอื่นสนับสนุนโครงการในลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน
 เสือโคร่งในป่าพม่าที่ถ่ายโดยกล้องกับดัก (ภาพจาก Wildlife Conservation Society) |
ในการนี้ ราบิโนวิตซ์ ผู้อำนวยการร่วมของโครงการไทเกอร์ฟอร์เอเวอร์ ได้ยื่นคำร้องขอการสนับสนุนจากประเทศอื่นต่อที่ประชุมองค์การสหประชาชาติด้วย
"แม้ธุรกิจเสือโคร่งในเอเชียจะรุ่งเรือง, แต่สถานการณ์เสือโคร่งในธรรมชาติกลับย่ำแย่ลง" ราบิโนวิตซ์กล่าว "ไม่ต่างกับการเรียกร้องให้ทั่วโลกต่อต้านการค้าขายอวัยวะเสือโคร่ง การริเริ่มจัดตั้งสะพานพันธุกรรมข้ามพรมแดนเป็นกุญแจสำคัญสู่ความอยู่รอดของเสือโคร่ง ประเทศที่เขตกระจายพันธุ์ของเสือโคร่งครอบคลุมไปถึงจะต้องทำงานร่วมกัน เพราะเสือโคร่งไม่สนใจเรื่องพรมแดนระหว่างประเทศ"
ราบิโนวิตซ์ยังกล่าวอีกว่า สะพานนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นป่าดั้งเดิม ความจริงอาจเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ฟาร์มเปิด หรือพื้นที่ประเภทอื่นก็ได้ ขอเพียงแต่ให้เสือโคร่งสามารถใช้เป็นเส้นทางผ่านระหว่างป่าแห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่งได้
"เราไม่ได้เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ว่าต้องตั้งอุทยานแห่งชาติใหม่เพื่อสนองโครงการนี้" ราบิโบวิตช์กล่าว "แต่เราเน้นให้ประเทศที่มีเสือโคร่งอาศัยอยู่เปลี่ยนแปลงการจัดสรรพื้นที่เพื่อให้เสือโคร่งเดินทางผ่านไปมาได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้น"
ในที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ สิบสองประเทศในจำนวนสิบสามประเทศประเทศที่มีเสือโคร่งอาศัยอยู่ได้มีตัวแทนอยู่ในที่ประชุมด้วย นอกจากนี้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์เสือโคร่งต่างก็เข้าร่วมแสดงพลังอีกหลายองค์กร และยังร่วมด้วย เกลน โคลส นักแสดงซึ่งก็ได้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมด้วย
โครงการไทเกอร์ฟอร์เอเวอร์เริ่มต้นขึ้นในปี 2549 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนเสือโคร่งขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ในพื้นที่สำคัญภายในสิบปี
ที่มา
|