6 พฤษภาคม 2549
"เพ้ง" สั่งเบรคถนนผ่า "เขาใหญ่" กรมอุทยานฯชี้เป็นจุดสัตว์ผ่าน
" พงษ์ศักดิ์"สั่งกรมทางหลวงล้มทำถนนผ่าป่า"เขาใหญ่" ในส่วนที่ทำไปแล้วให้ชะลอโครงการไว้ก่อน เผยแผนแค่ปรับปรุงไหล่ทางจาก 2 เลน เป็น 4 เลน อ้างรับปริมาณการจราจร อธิบดีกรมอุทยานฯพาสื่อบุกสำรวจจุดอันตรายของสัตว์ป่า เอ็นจีโอรุกตั้งหน่วยงานอิสระตรวจสอบสิ่งแวดล้อม
ความคืบหน้ากรณีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม มีโครงการขยายถนน หมายเลข 304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย จาก 2 เลน เป็น 4 เลน โดยไถ่พื้นที่ป่าไปแล้วกว่า 4 กิโลเมตร เป็นพื้นที่กว่า 200 ไร่ ระหว่างพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่เพิ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งกรมทางหลวงให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างไปก่อน หากบางส่วนก่อสร้างไปแล้วให้ชะลอโครงการออกไป ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะนำสื่อมวลชนเข้าสำรวจจุดก่อสร้างในเร็วๆ นี้
น ายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานจากกรมทางหลวงว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเดิมที่มีการก่อสร้างไปแล้ว ก่อนหน้านั้นกรมทางหลวงประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมมาตลอด และการก่อสร้างในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการก่อสร้างใหม่ แต่ปรับปรุงไหล่ทางที่มีอยู่ให้เป็นถนน เพื่อขยายช่องจราจร 2 เลน เป็น 4 เลน เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มมากขึ้น
นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า ได้สั่งการไปว่า หากการปรับปรุงดังกล่าวยังไม่ทำ อาจจะให้ยกเลิกโครงการไปก่อน แต่ถ้าก่อสร้างไปบางส่วนแล้วอาจชะลอโครงการ และหารือกับกระทรวงทรัพยากรฯ อีกครั้ง
"ทราบมาว่า กระทรวงทรัพยากรฯต้องการให้เป็นถนนลอยฟ้า แต่ต้องใช้งบประมาณสูง ไม่สามารถทำได้ คงต้องรอพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง" นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
น ายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า วันที่ 9 พฤษภาคมนี้ จะนำสื่อมวลชนไปสำรวจพื้นที่ก่อสร้างของกรมทางหลวง บริเวณกิโลเมตรที่ 27-29 และ 42-48 บนเส้นทางหลวงหมายเลข 304
"ทั้ งสองจุดเป็นจุดที่แคบที่สุดระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ดงพญาเย็น มรดกโลก และอุทยานแห่งชาติทับลาน และเหมาะกับการเชื่อมป่าทั้งสองให้เป็นป่าผืนใหญ่ ซึ่งสื่อมวลชนได้เห็นว่าจุดนี้เป็นจุดที่สัตว์ป่ามักจะวิ่งข้ามไปมาระหว่าง 2 ป่าได้อย่างสะดวก ที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนจะเป็นมรดกโลก จุดนี้ก็เป็นจุดอันตรายของสัตว์ป่า เนื่องจากมีรถใช้ความเร็ววิ่งผ่านไปมา ประกอบกับถนนลื่น สัตว์ที่วิ่งข้ามถนนจึงถูกรถชนตายบ่อยๆ ทั้งกระทิง กวาง หรือสัตว์เล็กๆ ประเภทงู ดังนั้น การสร้างทางยกระดับ หรืออุโมงค์ น่าจะเป็นทางออกที่ดี สำหรับทั้งคนและสัตว์ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างดี สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น แม้ว่ากรมทางหลวงจะอ้างว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ตามมติในที่ประชุมของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกำหนดให้ทำการประเมินผลกระทบด ้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ และกรมอุทยานฯ เคยมีหนังสือทักท้วงหลายครั้ง ดังนั้น กรมทางหลวงจึงควรตระหนักในเรื่องนี้" นายดำรงค์กล่าว
ผู้ส ื่อข่าวถามถึงกรณีกรมชลประทานตั้งงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ให้สถาบันวิจัยสภาวะสิ่งแวดล้อมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาผลกระทบโครงการอ่ างเก็บน้ำใสน้อย-ใสใหญ่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี แต่โครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานฯ นายดำรงกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดจึงไม่ขอออกความเห็น
นายสุรพล ดวงแข เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาการสร้างทางของกรมทางหลวง และปัญหาการเตรียมโครงการสร้างเขื่อนใสน้อย-ใสใหญ่ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปราจีนบุรี ที่กรมชลประทานกำลังดำเนินการเป็นปัญหาเดียวกัน คือ สับสนในการบริหารงานระหว่างหน่วยงานราชการด้วยกันเอง จึงควรมีองค์กรอิสระตรวจสอบในเรื่องนี้โดยตรง
นายสุรพลกล่าวว่า ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กำหนดว่า รัฐบาลจะต้องมีหน้าที่ตั้งหน่วยงานอิสระขึ้นมาเพื่อตรวจสอบการทำงานด้านสิ่ง แวดล้อม มีสถานที่ มีคนทำงานชัดเจน แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการขยับเรื่องนี้ ทั้งนี้ เอ็นจีโอด้านอนุรักษ์หลายกลุ่มได้ประชุมร่วมกัน เสนอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เริ่มดำเนินการจัดตั้งอง ค์กรอิสระตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม โดยในสมัยของนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นด้วยและเริ่มดำเนินการ แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรี ทำให้เรื่องนี้เงียบไป ประกอบกับเกิดความวุ่นวายทางการเมืองจึงยังไม่มีความคืบหน้า
"อย่างไ รก็ตาม เอ็นจีโอด้านอนุรักษ์จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไป โดยจะจัดเวทีเพื่อเตรียมนำเสนอในรัฐบาลหน้า เกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยงานอิสระเพื่อตรวจสอบการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม เพราะที่ผ่านมามีปัญหาที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบที่ชัดเจนอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ่อบำบัดน้ำเสีย โรงไฟฟ้า เขื่อน หรือการเจ็บป่วยของชาวบ้านคลิตี้ ที่ จ.กาญจนบุรี ข้อเสนอต่างๆ มีแผนและเอกสารแล้ว รอเพียงตั้งรัฐบาลชัดเจนจะเสนอทันที" นายสุรพลกล่าว
ที่มา
|