คนพันธุ์เสือ
ชุติมา นุ่นมัน [aae_ok@yahoo.com]
เดินสวนกับหนุ่มใหญ่ผิวเข้ม หน้าตาเสมือนคนไร้ความรู้สึก ในงานประชุมระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับการอนุรักษ์เสือ ที่โรงแรมใหญ่กลางเมืองหัวหิน หลายรอบมาก พอจะคุ้นเคยกับเขามาบ้าง แต่ไม่ได้มากอะไรนัก รู้เพียงว่าเขาคือคนที่มีความรู้เรื่องเสือมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย
 เสือโคร่งที่ศักดิ์สิทธิ์ตั้งชื่อว่าอภิสิทธิ์ |
แต่ ไหนๆ มางานประชุมเรื่องเสือระดับภูมิภาคเอเชียที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพทั้งที ไม่นั่งคุยกับผู้รู้เรื่องเสือก็กระไรอยู่ ซึ่งแน่นอนว่า หลังการสนทนาสิ้นสุดลง มุมมองเรื่องเสือและสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ชายหนุ่มคนนี้ถ่ายทอดให้ฟังเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ ตำแหน่งทางราชการคือ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารที่ 12 จ.นครสวรรค์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
ด้วยหน้าตา ท่าทาง และการวางตัวที่ธรรมดาที่สุด หากเดินอยู่ตามท้องถนนทั่วไปจะไม่รู้เลยว่าเขาเป็น คนจริง คนหนึ่งของประเทศนี้
"วันนี้พี่เขาดูแปลกมาก มีใส่สูทผูกไทด้วย ไม่เคยเห็นลุคแบบนี้มาก่อนเลย" เสียงเพื่อนร่วมงานเขาแซว
"ผม ก็เป็นคนธรรมดานี่แหละ เพียงแต่ว่าเราสนใจอยากรู้เรื่องอะไรเราก็ทำเท่าที่เราทำได้ พอดีว่าผมมีโอกาสที่จะทำได้เลยทำ" เขาบอกเสียงขรึมๆ ยิ้มๆ
 การติดตั้งกล้อง |
เกี่ยว กับเสือ ศักดิ์สิทธิ์บอกว่า เดิมทีองค์ความรู้เรื่องเสือเขาแทบจะไม่มีเลย แต่เรียนรู้เรื่องเอาจากปัญหาที่เกิดขึ้น ว่าเสืออยู่ได้เพราะเหยื่อ และต้องเป็นเหยื่อขนาดใหญ่ด้วย เช่น กระทิง กวาง วัวแดง เป็นต้น เพราะมันต้องใช้พลังงานสูง ถ้าพื้นที่ใดไม่มีเหยื่อให้เสือกิน มันก็อยู่ไม่ได้
เกือบตลอดเวลาของการใช้ชีวิตที่ผ่านมา การไขว่คว้าหาความรู้เรื่องเสือเหมือนจะอยู่ในจิตสำนึกเขาอยู่ตลอดเวลา เรื่องการอดหลับอดนอนอยู่บนห้างกลางป่าลึก เพื่อเฝ้าดูพฤติกรรมของเสือนานนับเดือน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนอย่างเขา
"เสือเป็นสัตว์ฉลาด และมีอำนาจมากที่สุด มีหลายเรื่องที่เรายังเข้าใจเสือแบบผิดๆ เช่น เราชอบใช้คำว่าเสืออาละวาด ซึ่งความจริงแล้วตามธรรมชาติเสือมันไม่เคยอาละวาด ไม่เคยออกมาไล่จับคนกินเป็นอาหาร มันจะอยู่แต่ในพื้นที่หากินของมัน ซึ่งเสือตัวหนึ่งมีพื้นที่การหากินในรัศมีประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร แต่ละตัวก็จะไม่หากินทับเส้นทางกัน โดยเฉพาะเสือตัวผู้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่ามันใช้พื้นที่ค่อนข้างกว้างมาก ถ้าไม่มีป่า ไม่มีเหยื่อให้มัน เสือก็จะอยู่ไม่ได้"
วันนี้ศักดิ์สิทธิ์เป็นหัวหน้าทีมที่ศึกษาเรื่องเสืออย่างจริงจัง มาก เขาจับเสือโคร่งมาศึกษาลักษณะ รูปร่าง ลวดลาย อายุ ขนาด อุปนิสัย มาแล้วหลายตัวสำหรับเสือโคร่งที่อาศัยในป่าของประเทศไทย
จับเสือของศักดิ์สิทธิ์ ก็คือการวางแผนวางกรงดัก หรือทำทุกอย่างเพื่อให้เสือตัวเป็นๆ มาศึกษาจับต้องได้อย่างใกล้ชิด โดยที่ผ่านมาเขาและทีมงานสามารถจับเสือมาศึกษาในลักษณะดังกล่าว และติดเครื่องมือติดตามได้แล้วถึง 8 ตัวด้วยกัน
 จับเสือติดปลอกคอดาวเทียม |
"ส่วนใหญ่จะ เป็นเสือโคร่งที่อาศัยอยู่ในป่าห้วยขาแข้ง เวลานี้เราจะติดตามมันอย่างกระชั้นชิดเพราะเราติดเครื่องมือที่ทำให้เรา ติดตามพวกมันได้จากสัญญาณดาวเทียม เรารู้ว่าตอนนี้พวกมันอยู่ที่ไหน เดินไปไหนบ้าง รู้ที่หากิน อาณาบริเวณของพวกมัน นอกเหนือจากเจ้าพวกที่เราติดเครื่องมือแล้ว เราคาดว่าเวลานี้ป่าบ้านเราน่าจะมีเสืออยู่ราว 250-300 ตัว เฉพาะที่ห้วยขาแข้งน่าจะมีถึง 80 ตัว หลายปีมานี้เราจะเห็นลูกเสือเกิดใหม่ปีละ 2-3 ครอกด้วยกัน โดยแม่เสือจะตกลูกครอกละ 2-3 ตัว"
เวลาจับเสือเขาจับกันยังไงคะ
ศักดิ์สิทธิ์ บอกว่า เรื่องนี้ต้องทำงานเป็นทีม อย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องมีระหว่างการจับเสือคือ สติ และใจเย็น เพราะเสือเป็นสัตว์ฉลาด และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วดีมาก การทำกรงดักใช่ว่าจะสามารถจับพวกมันได้ง่ายๆ เพราะบางตัวเห็นอะไรผิดปกตินิดเดียวมันจะไม่เข้าใกล้เลย บางตัวเห็นเหยื่อที่ทีมงานวางเอาไว้มันจะรู้ทันทีว่ามีกับดักอยู่ข้างหน้า มันจะกระโดดข้ามกับดักไปกินเหยื่อ กินเสร็จก็กระโดดข้ามกลับมาเหมือนเดิม ทีมงานได้แต่มองตาค้างถึงความฉลาดของมัน
"เสือเป็นสัตว์ที่ มีพลังงานเยอะและแข็งแรงมาก เสือโคร่งตัวผู้น้ำหนักเต็มที่ประมาณ 180-200 กิโลกรัม ตัวเมียก็ราว 120 กิโลกรัม ฝ่าตีนของมันเวลาแผ่เต็มที่ ใหญ่กว่าหน้าของเราอีก เพราะฉะนั้นเวลาทำงานกับมันต้องระวังมาก ถ้าจับมันได้สิ่งแรกเลยคือวางยาสลบ เพื่อจะชั่งน้ำหนัก วัดขนาด ตรวจรายละเอียดต่างๆ ให้มากที่สุด บางตัวเราจับมากกว่าหนึ่งครั้ง จึงสามารถรู้ความเปลี่ยนแปลงของตัวมันได้ชัดเจนมากขึ้น"
เรา สงสัยว่า มองเผินๆ เสือตัวลายๆ เหมือนกันหมด เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเสือตัวไหนเป็นตัวไหน เรื่องนี้ถูกเฉลยให้ฟังว่า ลายเสือก็เหมือนลายพิมพ์ดีเอ็นเอของคน ไม่มีลายเสือตัวไหนในโลกที่มีลายซ้ำกัน หากเป็นคนคลุกคลีและศึกษาเรื่องนี้จะรู้ว่าเสือที่เราเห็นเมื่อวานกับวันนี้ คนละตัวหรือว่าตัวเดียวกัน
เสือทั้ง 8 ตัวที่จับมาติดเครื่องหมายนั้น ตั้งชื่อด้วยรึเปล่าคะ
"ทุก ตัวเราตั้งชื่อหมด เพื่อง่ายในการติดตาม เช่น ตอนนี้ก็มี ไมค์ มาร์ค อัจฉรา พิไล บุบผา ทีเอฟ 5 แต่ละตัวมีที่มาที่ไปหมด เช่น ที่ชื่อไมค์ เพราะมันตัวใหญ่มาก เหมือนไมค์ ไทสัน ส่วนพิไล เราพบมันทางตอนใต้ของป่าห้วยขาแข้ง เป็นเขตที่ ดร.พิไลทำวิจัยเรื่องนกเงือกอยู่ เลยตั้งชื่อให้อาจารย์ ส่วนมาร์คนั้นเราจับมาได้ตอนนายกฯอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ" เขาบอกยิ้มๆ
 ทดสอบกล้อง |
พี่นี่เริ่มสนใจทำเรื่องเสือมานานแค่ไหนแล้วคะ
เขา บอกว่า ตั้งแต่ปี 2531 เริ่มศึกษาเรื่องสัตว์ผู้ล่าก่อน พอปี 2536 ได้เป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขานางรำ ศึกษาเรื่องชะมด อีเห็น และหมาจิ้งจอก
พูดถึงหมาจิ้งจอก ศักดิ์สิทธิ์บอกว่า เขาอยากจะแก้ต่างเกี่ยวกับความเข้าใจผิดที่คนมักจะมีกับหมาพวกนี้ซะเลย
"ความ จริงหมาจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่น่าสนใจและสงสารมาก มันสู้ใครไม่ค่อยจะได้ สู้ชะมด อีเห็นก็ไม่ได้ กระทั่งเสือไฟมันก็สู้ไม่ได้ ที่เราคิดว่าหมาจิ้งจอกเป็นสัตว์เจ้าเล่ห์ ขี้ขโมยนั้นไม่จริงเลย แต่เราจะได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ นิทานจากต่างประเทศ ทำให้เราเข้าใจผิดว่าหมาจิ้งจอกนั้นร้ายกาจ ทั้งๆ ที่จริงแล้ว มันเป็นสัตว์ที่น่าเห็นใจนะผมว่า..."
ศักดิ์สิทธิ์ขยายความ ความรู้สึกดังกล่าว เพราะจากการที่เขาศึกษาเรื่องหมาจิ้งจอกมานาน พบว่าที่แท้จริงแล้วหมาจิ้งจอกไม่ได้กินเนื้ออย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันกินปลวกเป็นอาหารหลัก หรือไม่ก็กินแมลง สุดท้ายถ้าหาแมลงกินไม่ได้มันก็จะกินผลไม้ หรือลูกไม้ที่ร่วงอยู่ตามพื้นกินเป็นอาหาร
อืม...มันน่าสงสารจริงๆ ด้วย
 เสือโคร่งในห้วยขาแข้ง |
ถามว่าทำงานขลุกอยู่แต่ในป่า อยู่แต่กับเสือ แล้วครอบครัวที่บ้านว่ายังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง
เขา ยิ้มอีก ก่อนจะบอกว่า ภรรยาเขากำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่องเสือโคร่งเหมือนกัน เขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และที่ผ่านมาเขากับภรรยาก็ทำงานศึกษาเรื่องนี้ด้วยกันตลอด
เราจึงถึงบางอ้อกับรอยยิ้มรอยนั้น
ศักดิ์สิทธิ์ บอกว่า ตอนนี้ภรรยาเพิ่งคลอดบุตรคนที่ 3 ได้เพียง 20 วัน จะต้องอยู่บ้านดูแลลูก มิฉะนั้นเธอก็จะต้องมาร่วมงานครั้งนี้ด้วยแน่นอน
"ลูกๆ โตในป่าทั้งหมด เขาเห็นหมดว่าพ่อกับแม่ทำงานอย่างไร เวลาไปจับเสือแต่ละครั้ง ผมกับภรรยาก็พาเขาไปด้วย เมื่อวางยาสลบเรียบร้อยแล้วผมถึงให้เขาออกมาจากรถ มาดูว่าเสือเป็นอย่างไร หรือบางทีระหว่างที่เขาติดตั้งกล้องอยู่ เขาก็จะเล่นน้ำอยู่ในลำธารใกล้ๆ นั่นแหละ ดูท่าทางเขาก็ชอบนะ แต่โตขึ้นจะมาทางนี้หรือไม่ก็แล้วแต่เขา นี่ลูกคนเล็ก ภรรยากำลังหาเปลสนามอยู่ รอเขาแข็งแรงกว่านี้ก็เอาไปเลี้ยงในป่าเลย ภรรยาจะได้ทำงานของเขาด้วย"
ภรรยาพี่ชื่ออะไรคะ
คนถามกลั้นใจถามด้วยความเกรงใจ
แต่เขาตอบเต็มเสียงพร้อมรอยยิ้ม เหมือนแฝงความภูมิใจเต็มเปี่ยม "ชื่ออัจฉราครับ"
เราจึงถึงบางอ้ออีกครั้งว่า ทำไมเสือตัวที่ดุที่สุด ที่เขาติดเครื่องหมายเอาไว้ตัวหนึ่ง จึงมีชื่ออัจฉราอยู่ด้วย...
21 กุมภาพันธ์ 2553
|