เรื่องชวนอ่าน

วันช้างไทย(ไร้ความสุข)

ชุติมา นุ่นมัน [aae_ok@yahoo.com]

เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับช้างคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี เป็น "วันช้างไทย" มาเป็นเวลาครบ 10 ปีพอดี

การกำหนดดังกล่าวทำขึ้นเพื่อให้คนไทยรัก สนใจ หวงแหน ให้ความสำคัญและอนุรักษ์ช้าง ซึ่งถือเป็นสัตว์ใหญ่และสัตว์ประจำชาติ

thai elephant day

แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าประเทศไทยมีวันแบบนี้ด้วย และจากการติดตามข่าวคราวตลอดระยะเวลานับแต่วันช้างไทยถูกสถาปนาขึ้นมานั้น เรากลับรู้สึกว่า ภาพรวมของวัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้นมาล้มเหลวไม่เป็นท่า

เราพบเห็นข่าวคราวความเศร้าหมองของช้าง ทั้งช้างบ้านและช้างป่าเป็นระยะ ช้างป่วย ช้างเจ็บ ช้างถูกแกล้ง ช้างถูกทำให้ท้องก่อนวัยอันสมควร หรือกระทั่งช้างเร่ร่อน ก็ไม่เคยหายไปจากสังคมไทยเลย

ล่าสุด ก็มีเรื่องพลายสามพราน ช้างน้อยวัย 5 ขวบ จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เกิดเนื้องอกขนาด 10 กิโลกรัมที่ฝ่าตีน เพราะบาดแผลที่ไปถูกบ่วงดักสัตว์ของชาวบ้าน ไปสัมผัสกับสารเคมี ที่กระจัดกระจายอยู่ในแปลงเกษตรของชาวบ้าน

เจ้าช้างน้อยบาดเจ็บ เพราะบ่วงดักสัตว์ จึงเชื่องช้ากว่าตัวอื่นในโขลง เป็นเหตุให้ถูกขับออกจากโขลงในที่สุด อาการบาดเจ็บรุนแรงและสาหัสขึ้นจนต้องออกมาหากินชายป่า ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน อาศัยชาวบ้านแถวนั้นมีเมตตา ให้อาหารกินบ้างบางมื้อ แต่ทว่าบาดแผลที่มีเลือดซึมอยู่ตลอดเวลา สัมผัสกับดิน ซึ่งเต็มไปด้วยสารเคมี จากแผลลึกกลายเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่ สร้างความเจ็บปวดแสนสาหัส และมันทุกข์ทรมานเช่นนี้อยู่ถึง 2 ปี

thai elephant day

ชาวบ้านทนสงสารไม่ไหว แจ้งให้นายสัตวแพทย์ (น.สพ.) ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าไปรักษา เยียวยาอาการอยู่นานวัน กระทั่งอาการทรุดหนัก ต้องส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง สถาบันคชบาล จ.ลำปาง

วันนี้พลายสามพรานอาการดีขึ้นแล้ว แต่สัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลช้างลำปาง บอกว่า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเจ้าช้างน้อยจะมีชีวิตยืนยาวถึงขั้นกลายเป็นช้างแก่ได้หรือไม่ เพราะมันผ่านความทุกข์ทรมานมายาวนานและมากมายเหลือเกิน

น.สพ. ภัทรพลเล่าให้ฟังถึงภารกิจการดูแลสุขภาพของช้างป่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ว่า ถ้าคิดเป็นสถิติคร่าวๆ เข้าไปรักษาช้างเจ็บในป่า 27 ครั้ง ภาคตะวันออก 7 ตัว ภาคกลาง 1 ตัว และภาคอีสานอีก 4 ตัว แต่ละตัวเข้าไปมากกว่า 1 ครั้ง

"น่าเสียดายว่าเราไม่มีข้อมูลพื้นฐานในอดีตเกี่ยวกับสุขภาพช้างในป่า เพราะงานนี้เพิ่งเริ่มทำเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง จึงบอกไม่ได้ว่า สถานการณ์สุขภาพช้างในป่าดีขึ้นหรือลดลงอย่างไร แต่ทางกรมอุทยานฯก็มีแผนแม่บทที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ในการดูแลช้างป่าอยู่แล้ว" น.สพ.ภัทรพลบอก

ช่วงเวลาที่ทำงานดูแลสุขภาพสัตว์ในป่านั้น หากเน้นไปที่ช้างแล้ว ช้างมีปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพเรื่องอะไรบ้าง น.สพ. ภัทรพลบอกว่า สาเหตุที่บั่นทอนสุขภาพช้างป่านั้น มีทั้งทางอ้อมและทางตรง ทางอ้อม เช่น ชาวบ้านเข้าไปหาของป่า หรือล่าสัตว์ เช่น เก้ง หรือหมูป่า มีการวางบ่วง กับดักทิ้งไว้ ช้างซึ่งเป็นสัตว์เบิกทางในป่าก็จะถูกบ่วงกับดักพวกนี้รัดขา

หรือทางตรง เช่น ถูกรถชน ซึ่งมักจะเกิดกลางคืนเวลาข้ามถนน เรื่องนี้ไม่ค่อยจะเป็นข่าวเพราะเรื่องมักจะเกิดที่ถนนซึ่งตัดผ่านป่า และเกิดในเวลากลางคืน เหตุการณ์นี้มักจะเจ็บทั้งคนขับรถและช้าง

thai elephant day

นอกจากนี้ การต่อสู้ประลองกำลังกันเองในโขลงก็อาจจะทำให้ช้างเกิดบาดแผลขึ้นได้ หรือช้างได้สัมผัสกับสารเคมีในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านที่ชายป่า ทั้งนี้ช้างค่อนข้างจะอ่อนไหวกับสารเคมี จะเจ็บป่วยและมีอาการได้ง่าย

น. สพ. ภัทรพลบอกว่า ช้างป่วย หรือบาดเจ็บจะมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของมันเอง เช่น กินพืชสมุนไพรในป่า ดูแลกันเองในโขลง หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ จะออกมาจากป่าขอความช่วยเหลือจากคน เหมือนกรณีพลายสามพราน

"การดูแลสุขภาพช้างป่าที่เจ็บป่วยนั้น ไม่ใช่อยู่ๆ ก็เข้าไปเอาตัวออกจากป่ามารักษาเลย ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะช้างจะเครียด หากประเมินแล้วเห็นว่าอาการป่วยหรือบาดเจ็บนั้นเขาสามารถดูแลตัวเองได้ก็จะไม่เข้าไปยุ่ง แต่จะให้เจ้าหน้าที่ติดตามเพื่อประเมินอาการเป็นระยะ" น.สพ.ภัทรพลกล่าว

ในส่วนของช้างบ้านนั้น น.ส.โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้างบอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาสถานการณ์ช้างบ้านแย่ลงเรื่อยๆ มีการลักลอบนำลูกช้างป่าจากประเทศพม่าเข้ามาทาง จ.แม่ฮ่องสอนมากกว่า 40 ตัวในปีที่ผ่านมา เอามาฝึกแล้วถูกส่งต่อไปประเทศอื่นๆ ต่อ มีการซื้อขายลูกช้างที่ฝึกแล้วเชือกละ 7-8 แสนบาท ถ้าเป็นช้างตัวใหญ่ราคาก็จะสูงขึ้นมาเป็น 1.3 ล้านบาท

"ช้างเร่ร่อนก็ไม่เคยลดลงเลย หน้าห้างร้านต่างๆ ทั้งใน กทม. และปริมณฑลก็ยังมีอยู่ ที่มากขึ้นคือลูกช้าง ดิฉันได้รับรายงานทุกวัน คิดว่าไม่ต่ำกว่า 100 เชือกที่เร่ร่อนอยู่ใน กทม. และปริมณฑลเวลานี้ บางตัวป่วย บางตัวบาดเจ็บ ก็ยังต้องออกหากิน เป็นแบบนี้มานานแล้ว" น.ส.โซไรดากล่าว

หลายคนใน กทม. คงประจักษ์ในสายตาตัวเองมาแล้วเรื่องช้างเร่ร่อนว่ามีจริงๆ

ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเก่งนักเก่งหนา กี่คนต่อกี่คนที่ผ่านมา เคยเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องช้างเร่ร่อน แต่ดูเหมือนว่ายอมแพ้ราบคาบไปทุกราย

อย่างนี้จะให้สรุปว่า ช้างไทยอยู่ในเมืองไทยอย่างองอาจมีความสุข สมเป็นสัตว์ประจำชาติ ได้อย่างไรกัน

18 มีนาคม 2551






โลกสีเขียว | เสือและแมว นักล่าผู้งามสง่า | แฟ้มสัตว์โลก | นายวิมุติ