เสือดาวหิมะ

ชื่อไทยเสือดาวหิมะ
ชื่อวิทยาศาสตร์Uncia uncia
ชั้นMammalia
อันดับCarnivora
วงศ์Felidae
วงศ์ย่อยPantherinae
สกุลUncia
ชื่ออื่นอังกฤษ : Snow Leopard, Ounce ฝรั่งเศส : Panthère des neiges, Léopard des neiges, Irbis, L'once เยอรมัน : Schneeleopard, Irbis สเปน : leopardo nival, pantera, de las nieves จีน : 雪豹 ฮินดี, อูรดู : (อินเดีย, ปากีสถาน) : bharal he, barfani chita ดารี (อัฟกานิสถาน) : palang-i-berfy ลาดัก (แคชเมียร์) : shan เนปาล : hiun chituwa ปากีสถาน : Ikar รัสเซีย : snezhnai bars รัสเซีย, เอเชียกลาง, มองโกเลีย : irbis, irvis ทิเบต : sarken ภูฏาน : chen

ลักษณะทั่วไป

เสือดาวหิมะมีขนยาวหนาแน่น สีพื้นเทาอมเหลือง บริเวณสีข้างจะอมเหลืองจาง ๆ มีลายดอกเข้มทั่วตัวคล้ายเสือดาว ช่วยให้ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่อาศัยซึ่งเป็นภูเขาหินและหิมะปกคลุม ลายดอกบริเวณหลังและสีข้างมีขนาดใหญ่ ส่วนบริเวณหัวและขาเป็นลายจุดขนาดเล็ก บริเวณคาง อก และท้องเป็นสีขาวปลอดไม่มีลาย ลายบริเวณหลังและสีข้างจะจางกว่าบริเวณอื่นซึ่งต่างจากเสือลายจุดชนิดอื่นที่มักมีลายที่หลังเข้มกว่า หางด้านบนจะเป็นวงสีดำ ด้านล่างของหางเป็นจุดจาง ๆ เปรียบเทียบลายดอกของเสือดาวหิมะกับของเสือดาวแล้ว ดอกของเสือดาวหิมจะห่างกันมากกว่า และไม่คมชัดเท่า

เสือดาวหิมะ

ขนเสือดาวหิมะยาวและฟูมากเพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่หนาวเย็น ขนบริเวณหลังยาวประมาณ 1 นิ้ว ส่วนบริเวณท้องยาวถึง 12 เซนติเมตร ขนบริเวณหางยาวได้ถึง 2 นิ้ว หางจึงฟูมาก บางครั้งเอามาพาดตัวช่วยให้ความอบอุ่นตอนหลับได้ด้วย ส่วนขนชั้นในก็หนาแน่น ผลัดขนปีละสองครั้ง ขนในฤดูร้อนต่างจากขนในฤดูหนาว

ลำตัวเสือดาวหิมะยาว 90-135 เซนติเมตร หางยาวถึง 90 เซนติเมตรและมีขนฟู ช่วยสร้างความสมดุลเวลากระโจนไปตามโขดหิน ขาค่อนข้างสั้นแต่แข็งแรง ความสูงที่หัวไหล่เพียง 60 เซนติเมตร กล้ามเนื้อหน้าอกแข็งแรงเพื่อใช้ในการปีน มีกะโหลกใหญ่ หน้าสั้น กว้าง ปากสั้น หน้าผากสูง ม่านตาสีเหลืองซีดจนถึงสีเทาอมเขียว รูม่านตากลม หูเล็ก สั้นกลม มีขนอัดแน่น โคนและปลายหูด้านหลังสีดำ กลางหลังหูสีเทา หูที่สั้นกลมนี้ช่วยอำพรางตัวเสือในการล่าในที่ ๆ มีที่กำบังน้อย ซึ่งเป็นการปรับตัวที่พบได้ในสัตว์ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูงหลายชนิด อุ้งตีนกว้างแข็งแรงและปกคลุมด้วยขน ช่วยให้เพิ่มพื้นที่ผิวและกระจายน้ำหนักตัวลงบนหิมะได้อย่างสม่ำเสมอ และช่วยปกป้องอุ้งตีนจากความเย็นของหิมะได้ด้วย มีโพรงจมูกใหญ่เป็นพิเศษ

แม้จะมีชื่อและลายคล้ายเสือดาว แต่เสือดาวหิมะก็มิได้มีสายเลือดใกล้ชิดกับเสือดาวแต่อย่างใด และไม่ได้อยู่ในสกุล Panterine เช่นเสือดาว เสือโคร่ง และสิงโต แต่เสือดาวหิมะอยู่ในสกุล Uncia ซึ่งมีเพียงชนิดเดียว เสือดาวหิมะมีเยื่อ fibro-elastic ซึ่งใช้ในการเปล่งเสียงที่พัฒนาไม่เต็มที่ จึงทำเสียงคำรามไม่ได้ และโครงสร้างกะโหลกของเสือดาวหิมะก็ต่างจากเสือชนิดอื่น จะว่าไปแล้วเสือดาวหิมะมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างเสือและแมวเช่นเดียวกับเสือลายเมฆ เสือดาวหิมะทำเสียงสั่นครือในลำคอแบบแมวได้ แต่คำรามไม่ได้ กินอาหารในท่ายืนยอง ๆ แบบแมว

เสือดาวหิมะตัวผู้มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 45-55 กิโลกรัม ตัวเมียประมาณ 35-40 กิโลกรัม

ชนิดย่อย

เสือดาวหิมะมีชนิดย่อยสองชนิด คือพันธุ์เหนือ (Uncia uncia uncia) มีเขตกระจายพันธุ์อยู่ใน มองโกเลียและรัสเซีย กับพันธุ์ใต้ (Uncia uncia uncioides) มีเขตกระจายพันธุ์อยู่ในจีนและเทือกเขาหิมาลัย เขตทั้งสองนี้ไม่ต่อเนื่องกัน

อุปนิสัย

เสือดาวหิมะมีนิสัยสันโดษและขี้อาย กระโดดเก่งมาก กระโดดได้ไกลถึง 15 เมตร เวลาตอนกลางวันชอบพักผ่อนอยู่บนรังของแร้งดำ เวลาขึ้นไปพักบนรังแร้งจะไม่ได้ปีนขึ้นไป แต่กระโดดขึ้นไป

เสือดาวหิมะชอบออกหากินเวลาเย็นหรือเช้าตรู่ อาหารหลักได้แก่ แกะป่า เช่น บลูชีป ไอเบ็กซ์เอเชีย มาร์คอร์ และอาร์กาลี นอกจากนี้ก็ยังมี ไอเบกซ์ กวางชะมด หมูป่า มาร์มอต กระต่ายป่าและนกอีกหลายชนิด คาดว่าในปีหนึ่ง เสือดาวหิมะล่าบลูชีปประมาณ 20-30 ตัว เสือดาวหิมะล่าได้แม้แต่สัตว์ที่หนักตัวตัวเองถึงสามเท่า มีเพียงแย็กที่โตเต็มวัยหรือลาป่าเท่านั้นที่ล่าไม่ได้ จากการศึกษาเสือดาวหิมะที่ติดปลอกคอ พบว่าเสือดาวหิมะล่าสัตว์ใหญ่ทุก 10-15 วัน แต่ในมณฑลชิงไห่ ประเทศจีน พบว่าราว 45 เปอร์เซ็นต์ของอาหารในฤดูร้อนคือมาร์มอต

เสือดาวหิมะ

เวลาล่าเหยื่อ เสือดาวหิมะจะคืบคลานเข้าหาไปในจุดที่สูงกว่าเหยื่อโดยอาศัยก้อนหินช่วยในการอำพราง เมื่อได้โอกาสจึงกระโจนลงมาจับ ซึ่งเป็นเทคนิคแบบเดียวกับที่คูการ์ในอเมริกาเหนือใช้

ปกติเสือดาวหิมะล่าเหยื่อโดยลำพัง แต่ในฤดูผสมพันธุ์เสือหนุ่มสาวก็อาจช่วยกันล่าก็ได้ เคยมีผู้พบว่าเสือดาวหิมะสองตัวแบ่งหน้าที่กันล่าโดยตัวหนึ่งเข้าหาเหยื่อแล้วให้อีกตัวหนึ่งที่ดักฆ่าอยู่ข้างหน้า เมื่อล่าเหยื่อได้แล้วหากกินไม่หมดก็จะป้วนเปี้ยนอยู่ไม่ไกลจากเหยื่อนัก และจะกลับมากินทุกวันเป็นเวลาสามสี่วันหรือจนกว่าเหยื่อจะหมด บางครั้งอาจอยู่นานถึง 1 สัปดาห์

เสือดาวหิมะไม่ค่อยคุกคามมนุษย์เท่าใดนัก และยังไม่เคยมีรายงานว่าเสือดาวหิมะทำร้ายคน ในพื้นที่ที่ชุมชนมนุษย์รุกล้ำเข้าไปในเขตของเสือดาวหิมะ ก็ยังคงพบเสือได้อยู่บ่อย ๆ เพราะเสืออาจจับปศุสัตว์ของชาวบ้านกินได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่แร้นแค้น อาหารในธรรมชาติหายาก หมู่บ้านในที่ราบสูงทิเบตมักเสียสัตว์เลี้ยงให้เสือดาวหิมะราว 2 เปอร์เซ็นต์ บางพื้นที่อาจมากถึง 9.5 เปอร์เซ็นต์ จากการศึกษาขี้เสือดาวหิมะ 213 ก้อนที่อยู่รอบหมู่บ้านในพื้นที่อนุรักษ์แอนนาเพอร์นาของเนปาลในปี 2537 พบเศษของปศุสัตว์ราว 17.8 เปอร์เซ็นต์ และสัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ในฤดูหนาว ซึ่งอาจเป็นผลจากความแร้นแค้นในช่วงนั้น เพาะมาร์มอตจำศีล หิมะตกหนา และฝูงแย็กก็ไม่ค่อยออกไปไหนไกล เสือดาวหิมะในพื้นที่นี้ล่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านทั้งที่ยังมีบลูชีปอยู่เป็นจำนวนมาก

เสือดาวหิมะมักอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ ในระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน ก่อนที่จะเดินทางไกลไปอีกที่หนึ่ง ระยะทางที่เดินทางวันหนึ่งเฉลี่ยราว 1 กิโลเมตรสำหรับตัวผู้และ 1.3 กิโลเมตรสำหรับตัวเมีย บางครั้งอาจเดินทางได้ไกลถึงวันละ 7 กิโลเมตร

มีการศึกษาโดยอาศัยวิทยุปลอกคอเพียงเล็กน้อย การศึกษาเสือดาวหิมะ 5 ตัวในโตรกลางกูในเนปาลพบว่ามีพื้นที่อาศัยอยู่ในช่วง 12-39 ตารางกิโลเมตร ซึ่งแต่ละตัวมีพื้นที่ซ้อนเลื่อมกันระหว่างเพศ และในอาณาเขตของแต่ละตัวนี้มีเพียง 14-23 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้อาศัยประจำและมีการทำเครื่องหมายบ่อยครั้ง

ถิ่นที่อยู่อาศัย

เขตกระจายพันธุ์ เสือดาวหิมะ

เขตกระจายพันธุ์ของเสือดาวหิมะ

เสือดาวหิมะอาศัยอยู่ตามบนภูเขาสูงของเอเชีย เช่นในมองโกเลีย จีน รัสเซีย อาฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย และเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ในธิเบตและจีน แม้พื้นที่รวมจะมากถึง 2.3 ล้านตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ที่อาศัยอยู่ได้มีเพียง 1.6 ล้านตารางกิโลเมตร แหล่งที่อยู่ของเสือดาวหิมะถูกตัดขาดจากกันเป็นหย่อมเล็กหย่อมน้อยจำนวนมาก เนื่องจากอาศัยอยู่ในที่ทุรกันดาร มีสัตว์อาศัยอยู่น้อย เสือดาวหิมะจึงต้องมีเขตหากินกว้างขวางมาก อาณาเขตของเสือดาวหิมะทำโดยการปล่อยกลิ่น รอยข่วน และกองขี้

เสือดาวหิมะอาศัยอยู่บนภูเขาสูงที่เป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ ทุ่งหิมะและน้ำแข็ง ชอบพื้นที่ที่เป็นโขนขอนระเกะระกะ มักพบตามเชิงผา สันเขา แต่ก็มีกรณีพิเศษเช่นในมองโกเลียและที่ราบสูงทิเบตมักพบตามพื้นที่ราบมากกว่า ส่วนในเทือกเขาในรัสเซียและบางส่วนของเทือกเขาเทียนซันพบเสือดาวหิมะอยู่ในป่าสน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่ระดับความสูง 3,000-4,500 เมตร เคยพบที่ระดับสูงกว่า 5,500 เมตร พอถึงฤดูหนาวอาจย้ายลงมาอาศัยในพื้นที่ระดับต่ำลงมา อาจต่ำที่ระดับถึง 1,800 เมตรซึ่งอาจเป็นพื้นที่ป่าที่มีไม้ยืนต้น อย่างไรก็ตามเสือดาวหิมะมักไม่พบในที่ ๆ ป่าไม้หนาแน่น เวลาเดินทางมักเดินทางตามแนวสันเขา และตีนผา ริมลำธาร

เสือดาวหิมะ

ความหนาแน่นของจำนวนเสือดาวหิมะต่อพื้นที่คาดว่าอยู่ราว 0.8 ตัวต่อ 100 ตารางกิโลเมตร จนถึง 10 ตัวต่อ 100 ตารางกิโลเมตร (เนปาล 5-7 ตัว จีน 0.5-4 ตัว อินเดีย 0.5-6.6 มองโกเลีย 4.4-5 คาซัคสถาน 0.8-4.7 รัสเซีย 0.75-1.5) การประเมินเหล่านี้ใช้วิธีโดยอ้อม เช่นประเมินจาก รอยข่วน กองขี้ การปล่อยละอองเยี่ยว ตามเส้นทางเดิน

ชีววิทยา

ฤดูผสมพันธุ์เริ่มตั้งแต่ราวต้นเดือนมกราคมจนถึงกลางเดือนมีนาคมซึ่งเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิ โดยสังเกตจากได้ยินเสียงร้องหาคู่บ่อยในช่วงนี้ หลังจากแม่เสือตั้งท้องนาน 98-103 วันก็จะออกลูก ซึ่งมักอยู่ในช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นฤดูที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด หาอาหารง่ายที่สุด มักออกลูกตามถ้ำหรือหลืบหินและรองพื้นรังด้วยขน ออกลูกครั้งละ 2-7 ตัว ส่วนใหญ่ 2-3 ตัว ลูกเสือแรกเกิดหนัก 320-708 กรัม มีแต่จุดดำไม่เป็นดอก เมื่อโตแล้วตรงกลางจุดดำจึงค่อยจางลงกลายเป็นลายดอก ตาลืมได้เมื่ออายุได้ 7-9 วัน เริ่มคลานได้เมื่ออายุ 10 วัน ในช่วงแรกลูกเสือจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นวันละ 48 กรัม พออายุ 2 เดือนก็เริ่มกินอาหารแข็งได้ ลูกเสือจะอยู่กับแม่นานประมาณ 18-22 เดือน เมื่อถึงฤดูหนาวที่สองก็จะแยกย้ายกันไป เสือพี่น้องอาจอยู่ด้วยกันอีกสักพักหนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไปตั้งหลักแหล่งของตนเอง ในสถานเพาะเลี้ยง เสือดาวหิมะหนุ่มสาวจะเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 2 - 2.5 ปี เชื่อว่าในธรรมชาติน่าจะใช้เวลานานกว่านั้น ตัวที่อายุมากที่สุดที่ผสมพันธุ์มีอายุ 15 ปี มีอายุขัยประมาณ 15-18 ปี ตัวที่อายุยืนที่สุดมีอายุถึง 21 ปี

ระยะเวลาติดสัด 2-12 วัน

คาบการติดสัด 15-39 วัน

ภัยที่คุกคาม

เสือดาวหิมะเป็นเสืออีกชนิดหนึ่งที่ต้องประสบเคราะห์กรรมจากฝีมือมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม สัตว์กีบขนาดใหญ่ซึ่งเป็นอาหารหลักถูกล่าไปมาก ส่วนสัตว์เหยื่อขนาดเล็กเช่นพิกาและมาร์มอตก็ถูกวางยาตายไปเป็นจำนวนมากตามโครงการบนที่ราบสูงทิเบต การทำปศุสัตว์บนที่สูงก็เป็นการแย่งแหล่งหากินของสัตว์เหยื่อในธรรมชาติของเสือดาวหิมะอีกด้วย จนบางครั้งเสือดาวหิมะที่หิวโซไปฆ่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เป็นการสร้างปมขัดแย้งระหว่างเสือกับคน ซึ่งผู้แพ้ก็มักเป็นเสือนั่นเอง

ความสง่างามของเสือดาวหิมะก็ทำภัยมาสู่ตัวเช่นกัน หนังอันสวยงามก็เป็นที่ต้องการในวงการแฟชั่น ในทิเบตขนเสือดาวหิมะอาจมีราคา 190 ดอลลาร์ ก่อนที่จะมีการรณรงค์ต่อต้านแฟชันขนสัตว์ ในวงการแฟชั่นก็เคยให้ความสนใจเสื้อขนเสือดาวหิมะไว้สูงมาก เสื้อคลุมขนเสือดาวหิมะดี ๆ อาจมีราคาสูงถึงชุดละ 50,000 ดอลลาร์ ในช่วงทศวรรษ 1920 มีการซื้อขายหนังเสือดาวหิมะในรัสเซียและเอเชียกลางสูงถึงปีละ 1000 ตัว แม้ปัจจุบันการซื้อขายหนังเสือดาวหิมะในพื้นที่ดังกล่าวจะไม่มีแล้ว เนื่องจากวงการขนสัตว์นานาชาติปฏิเสธการทำเครื่องแต่งกายหรือสิ่งใด ๆ ที่ทำจากขนเสือดาวหิมะ แต่หนังเสือดาวหิมะก็ยังหาซื้อได้ในเมืองกาทมันดุ จีน ไต้หวัน และมองโกเลีย โดยเฉพาะที่เนปาลยังมีเสื้อโค้ตที่ทำจากขนเสือดาวหิมะและเสือชนิดอื่นวางขายตามร้านกิฟต์ช็อปหลายแห่ง นอกจากนี้วงการยาจีนก็ต้อนรับกระดูกและเครื่องในของเสือดาวหิมะเช่นกันเพราะต้องการนำไปแทนกระดูกเสือโคร่ง

ในอินเดีย เสือดาวหิมะได้รับการคุ้มครองตั้งแต่ปี 1952 แต่ในตอนเหนือของประเทศและรัฐต่าง ๆ รอบเทือกเขาหิมาลัยการล่าก็ยังคงเกิดขึ้นต่อไปเนื่องจากราคาที่สูงของขนเสือ รัฐบาลอินเดียได้ริเริ่มโครงการเสือดาวหิมะ (Project Snow Leopard) เพื่ออนุรักษ์แบบเดียวกับโครงการเสือโคร่ง (Project Tiger) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในมองโกเลียยังมีการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวล่าเสือดาวหิมะอย่างถูกกฎหมาย โดยต้องจ่ายเงินหลายพันดอลลาร์ต่อหนึ่งตัว กฎหมายในรัสเซียก็ห้ามล่าสัตว์ชนิดนี้เช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศ การลักลอบล่าก็ยังคงเกิดขึ้นและเพิ่มขึ้น

สถานภาพ

เสือดาวหิมะเป็นเสือที่มีการสำรวจประชากรค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเสือชนิดอื่น ฐานข้อมูลด้านประชากรจะดูแลโดย International Snow Leopard Trust (ISLT) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในซีแอตเทิล วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากเสือดาวหิมะอาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารและเข้าถึงไม่ได้ จำนวนประชากรที่แท้จริงในธรรมชาติจึงไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเหลืออยู่เพียง 4,500 - 7,500 ตัว (แจกสัน 1992, ฟอกซ์ 1994) การประเมินก่อนหน้านี้มีจำนวนต่ำกว่านี้ (1,500-4,000) เนื่องจากขาดข้อมูลด้านเขตกระจายพันธุ์ที่พีพอ จำนวนประชากรที่มากที่สุดอยู่ในประเทศจีน (ส่วนใหญ่อยู่ในทิเบต) รองลงมาคือที่คีย์กิสถานและมองโกเลีย เชื่อว่าแม้ในอดีตก็ไม่มียุคใดเลยที่มีประชากรมากเนื่องจากข้อจำกัดของแหล่งที่อยู่อาศัย

ในจีนและมองโกเลีย มีพื้นที่คุ้มครอง 101 แห่งและอาจเพิ่มเป็น 115-120 ในอนาคต แต่ส่วนใหญ่มีพื้นที่เล็กกว่า 500 ตารางกิโลเมตรและน่าจะมีเสือดาวหิมะที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์เพียงไม่กี่ตัว พื้นที่คุ้มครอง 47 แห่งที่มีเสือดาวหิมะรวมกันแล้วยังมีพื้นที่รวม 224,284 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเท่ากับเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ของเขตกระจายพันธุ์ทั้งหมดของเสือดาวหิมะเท่านั้น

แม้จะมีพื้นที่คุ้มครองที่ได้รับการประกาศ แต่พื้นที่เหล่านี้ก็มักมีการจัดการที่ไม่มีคุณภาพ มีพื้นที่ถึง 65 เปอร์เซ็นต์ที่มีมนุษย์อาศัย และมี 86 เปอร์เซ็นต์ที่มีการทำปศุสัตว์ มีเพียง 49 เปอร์เซ็นต์ที่มีแผนการจัดการ ในประเทศเนปาล มีเสือดาวหิมะราว 65 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่นอกเขตคุ้มครอง

ประเมินเขตกระจายพันธุ์และจำนวนประชากรของเสือดาวหิมะ (Fox 1994)

ประเทศพื้นที่ที่อยู่อาศัย
(ตารางกิโลเมตร)
จำนวนประชากรโดยประมาณ
อัฟกานิสถาน50,000100-200
ภูฏาน15,000100-200
จีน1,100,0002,000-2,500
อินเดีย75,000200-600
คาซักสถาน50,000180-200
คีย์กิสถาน105,000800-1,400
มองโกเลีย90,000500-1,000
เนปาล30,000350-500
ปากีสถาน80,000100-200
รัสเซีย130,00050-150
ทาจิกีสถาน100,000120-300
อุสเบกิสถาน10,00010-50
รวม1,835,0004,510-7,350

ไซเตสจัดให้เสือดาวหิมะอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ไอยูซีเอ็นประเมินสถานภาพไว้ในระดับอันตราย มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ

สถานภาพประชากร

มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ

ประเทศที่ห้ามล่า

ภูฏาน (เฉพาะในพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของเสือดาวหิมะในประเทศเกือบทั้งหมด) จีน อินเดีย คาซัคสถาน คีย์กิสถาน เนปาล ปากีสถาน รัสเซีย ทาจิกิสถาน อุสเบกิสถาน

ควบคุมการล่า

มองโกเลีย

ไม่มีข้อมูล

อัฟกานิสถาน

จำนวนพื้นที่คุ้มครองสำหรับเสือดาวหิมะจำแนกตามประเทศและพื้นที่

ประเทศ<500 ตร.กม.500-1,000 ตร.กม.1,000-6,000 ตร.กม.5,000-10,000 ตร.กม.>10,000 ตร.กม.
อัฟกานิสถาน11000
ภูฏาน00010
จีน30504
อินเดีย248700
คาซักสถาน03000
คีย์กิสถาน41000
มองโกเลีย011?01
เนปาล20600
ปากีสถาน181200
รัสเซีย11000
ทาจิกีสถาน20000
อุสเบกิสถาน13000
รวม56192115
ข้อมูลจาก International Snow Leopard Trust, May 1993

ข้อมูลอ้างอิง

  • http://www.canuck.com/iseccan/snowleop.html
  • http://dialspace.dial.pipex.com/agarman/snowlep.htm
  • http://lynx.uio.no/catfolk/uncia-01.htm

เขียนโดย วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)

Powered by Wimut Wasalai