เนื่องจากมีเขตกระจายพันธุ์กว้างขวางมาก แมวปัมปัสจึงมีสีสันแตกต่างกันมากตามแต่ละพื้นที่ พวกที่อยู่ในที่สูงในเทือกเขาแอนดีส จะมีสีเทา ลายริ้วสีออกแดง ดูคล้ายกับแมวภูเขาแอนดีส แม้จะมีลายไม่มากเท่าแมวภูเขาแอนดีสก็ตาม ในทุ่งปัมปัสของอาร์เจนตินา ขนจะยาวและสีออกไปทางสีน้ำตาลอมเหลือง และลายกลมกลืนไม่เด่นชัด ตัวผู้วัยเด็กตัวหนึ่ง (3 เดือน) ที่จับได้ในตอนกลางของบราซิลมีพื้นสีสนิมและลายสีดำทั่วทั้งตัว แต่เมื่ออายุได้ 8 เดือน ลายตามลำตัวกลับจางหายไป เหลือแต่ลายตามขาและช่วงล่างของลำตัวเท่านั้น
เดิมนักวิทยาศาสตร์แบ่งแมวปัมปัสออกเป็นสามชนิดย่อย แต่ละชนิดย่อยมีลวดลายต่างกันและมีเขตกระจายพันธุ์แยกจากกัน คือพวกที่อยู่ในเทือกเขาแอนดีส ตั้งแต่เอกวาดอร์ไปจนถึงอาร์เจนตินากลุ่มหนึ่ง พวกที่อยู่ในทุ่งปันตานัลกลุ่มหนึ่ง และพวกที่อยู่ทางตะวันตกของชิลี
แต่ต่อมาในปี 2537 นักวิทยาศาสตร์ได้มีการแยกแมวปัมปัสทั้งสามชนิดย่อย ออกเป็นสามชนิดตามสัญฐานวิทยา ดังนี้
| ชื่อชนิด | ชื่อวิทยาศาสตร์ | เขตกระจายพันธุ์ |
| แมวปัมปัส | Lynchailurus pajeros (Desmarest, 1816) | เทือกเขาแอนดีสในเขตของเอกวาดอร์จนถึงปาตาโกเนียและอาร์เจนตินา |
| แมวปันตานัล | Lynchailurus braccatus (Cope, 1889) | ทุ่งใหญ่เขตอบอุ่น และป่ากึ่งเขตร้อนในบราซิล ปารากวัย และอุรุกวัย |
| แมวโกโลโกโล | Lynchailurus colocolo (Molina, 1782) | ตอนกลางและตะวันตกเฉียงเหนือของชิลี |
ตามการวิเคราะห์เชิงพันธุศาสตร์ก็สนับสนุนให้มีการแบ่งย่อยในระดับชนิดย่อยมากกว่าที่จะแยกในระดับชนิด นอกจากนี้ผลจากการแบ่งแบบนี้ก็ไม่สอดคล้องกับการแบ่งตามสัญฐาน นั่นหมายความว่ามีผลต่อกลุ่มประชากรต่างกันด้วย ดังนั้นเรื่องของแมวปัมปัส แมวโกโลโกโล และแมวปันตานัล จึงยังมีความคลุมเคลืออยู่ การจัดอนุกรมวิธานของแมวปัมปัสยังคงต้องมีการศึกษาต่ออีกมาก
เนื่องจากแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ที่ประกอบการเขียนบทความนี้ อ้างถึงแมวปัมปัสในการเรียกแบบเดิม ซึ่งรวมถึงแมวโกโลโกโลและแมวปันตานัลด้วย ดังนั้น "แมวปัมปัส" ในบทความนี้ จะเป็นการเรียกรวมทั้งสามชนิดนี้ไว้ด้วยกัน
แม้จะมีชื่อว่าแมวปัมปัส ซึ่งน่าจะสื่อว่าเป็นแมวแห่งทุ่งหญ้าปัมปัสของอเมริกาใต้ แต่ความจริงแมวชนิดนี้มีความอดทนและปรับตัวเข้ากับสภาพพื้นที่ได้หลายประเภท นอกจากในทุ่งหญ้าแล้วยังพบได้ในป่าชื้น ป่าเปิด ป่าบึง ซะวันนา พื้นที่กึ่งทะเลทราย ป่าชายเลน พื้นที่เขาลาดชัน พบในที่ราบน้ำท่วมถึงปาตาโกเนีย ไม่พบในป่าฝนในที่ต่ำและชายฝั่ง พบได้ตั้งแต่ระดับ 100 จนถึง 5,000 เมตรในทั้งสองฝั่งของเทือกเขาแอนดีส และอาจเป็นไปได้ว่าอาศัยอยู่ร่วมพื้นที่กับแมวภูเขาแอนดีส (Oreailurus jacobita) ในบริเวณตอนล่างของเขตกระจายพันธุ์ แมวปัมปัสอาศัยอยู่ในทะเลทรายปาตาโกเนียที่หนาวเย็นและแห้งแล้ง ตอนเหนือแพร่ไปไกลถึงมาโตกรอสโซในบราซิลตะวันตกเฉียงใต้ ปารากวัย โบลิเวีย เทือกเขาแอนดีสในเปรู ภาคกลางของชิลี และบางส่วนของเอกวาดอร์ เคยพบในป่าบึงพื้นที่ต่ำที่มีหญ้าเอสปาโตขึ้นเป็นหย่อมของอุรุกวัย แต่ประเทศนี้ได้ประกาศว่าแมวชนิดนี้สูญพันธุ์ไปจากประเทศแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีความเชื่อว่าน่ายังหลงเหลืออยู่บ้างแม้ไม่มากนัก
อุปนิสัย
แม้แมวชนิดนี้จะมีเขตกระจายพันธุ์กว้างขวางมากและเป็นที่รู้จักกันดี แต่แทบไม่มีการศึกษาภาคสนามเลย การขาดแคลนข้อมูลในด้านนี้ทำให้การวางแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสัตว์ชนิดนี้ทำได้ยากมาก
เชื่อว่าแมวปัมปัสน่าจะหากินตอนกลางคืน พบตอนกลางวันบ้าง อาศัยบนพื้นดินเป็นหลัก แต่จะปีนขึ้นต้นไม้หากมีภัยคุกคาม เคยพบว่าแมวปัมปัสในกรงเลี้ยงตัวหนึ่งในบราซิลเลือกพักผ่อนอยู่บนง่ามไม้ที่สูงที่สุดในกรงเสมอ คาดว่าจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็กที่หากินตอนกลางคืนเป็นอาหาร รวมถึงนกที่ทำรังอยู่บนพื้นดินเช่นเพนกวินและไข่ นอกจากนี้ยังกินกิ้งก่าและแมลงขนาดใหญ่ด้วย มีรายงานว่าแมวปัมปัสจับสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านกินเหมือนกัน โดยเฉพาะในเขตที่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์
แมวปัมปัสนิสัยดุร้ายมาก แม้จะอยู่ในแหล่งเพาะเลี้ยงก็ตาม