เสือ และ แมว นักล่าผู้งามสง่า

แมวแดงบอร์เนียว

ชื่ออังกฤษBornean Bay Cat
ชื่อวิทยาศาสตร์Catopuma badia
ชื่ออื่น ฝรั่งเศส : chat bai
เยอรมัน : Borneo-katze
สเปน : gato rojo de Borneo
อินโดนีเซีย, มาเลเซีย : kucing merah
อินโดนีเซีย : kucing Kalimantan
ความยาว (ลำตัวและหาง)53-67 ซม.
น้ำหนัก3-4 กก.
ความสูง
เขตกระจายพันธุ์เกาะบอร์เนียว
ถิ่นที่อยู่อาศัยละเมาะชายป่า

ลักษณะทั่วไป

แมวแดงบอร์เนียว

แมวแดงบอร์เนียว

แมวแดงบอร์เนียวมีขนาดประมาณแมวบ้านตัวโต ๆ มีความยาวจากหัวรวมลำตัวประมาณ 53-67 เซนติเมตร หางยาว 32-91 เซนติเมตร ขนสีน้ำตาลอมแดงเข้ม บางตัวอาจมีสีเทาอมน้ำเงิน ด้านใต้ลำตัวและขาทั้งสี่มีสีเหลืองซีดและมีจุดจาง ๆ มีแต้มสีขาวหลายแต้มบริเวณใบหน้าและคาง คางด้านข้างสีขาว มีแถบสีน้ำตาลอ่อนสองแถบอยู่บนแก้ม หัวกลมมน หน้าสั้น มีเส้นสีดำสองเส้นพาดจากหัวตา ที่ท้ายทอยมีลายรูปตัวเอ็ม (M) ใบหูสั้นมน หลังหูสีดำอมเทา หางยาวเรียว มีริ้วสีค่อนข้างเหลืองยาวตลอดแนวอยู่ด้านใต้หาง ปลายหางขาวซีดมีจุดดำเล็กแซม รูปร่างและสีสันโดยทั่วไปคล้ายเสือไฟ จนเคยมีนักวิทยาศาสตร์จัดแมวชนิดนี้ไว้เป็นชนิดย่อยของเสือไฟ

แมวแดงบอร์เนียวเป็นแมวที่เรารู้จักน้อยที่สุดในเอเชีย ไม่เคยมีภาพถ่ายของแมวชนิดนี้ในธรรมชาติเลย และแทบไม่มีนักชีววิทยาคนไหนเคยเห็นตัวเป็น ๆ มาก่อน และไม่มีใครทราบอุปนิสัย ชีววิทยา ข้อมูลส่วนใหญ่ของแมวชนิดนี้มาจากหนังเจ็ดผืนและกระโหลกสองกระโหลกในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในยุโรปเท่านั้น

แมวแดงบอร์เนียวกับเสือไฟ

เป็นที่ถกเถียงกันมานานว่า แมวแดงบอร์เนียวเป็นชนิดแยกต่างหากจากแมวชนิดอื่น หรือว่าเป็นเพียงชนิดย่อยของเสือไฟ เพราะรูปร่างใกล้เคียงกันมาก ไม่เพียงแต่สีและลายเท่านั้น สัดส่วนของกระโหลกก็ยังใกล้เคียงกันมากอีกด้วย ข้อสังสัยนี้ได้ข้อยุติลงเมื่อการตรวจสอบทางพันธุกรรมในตัวอย่างเลือดที่ได้จากซากในปี 2535 ยืนยันได้ว่า แมวแดงบอร์เนียวเป็นแมวต่างชนิดจากแมวชนิดอื่นอย่างแน่นอน แต่มีสายเลือดใกล้ชิดเสือไฟจริง แมวทั้งสองชนิดมีบรรพบุรุษร่วมกันเมื่อราว 4.9 ถึง 5.3 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่แผ่นดินของบอร์เนียวยังอยู่ติดกับแผ่นดินใหญ่อยู่

ถิ่นที่อยู่อาศัย

เขตกระจายพันธุ์ แมวแดงบอร์เนียว

เขตกระจายพันธุ์ของแมวแดงบอร์เนียว

แมวแดงบอร์เนียวพบในเกาะบอร์เนียวเท่านั้น พื้นที่ ๆ เคยมีการพบมีอยู่ประมาณ 7-8 จุด แหล่งที่อยู่อาศัยของแมวแดงบอร์เนียวคือพื้นที่สูงที่มีหินปูนอยู่ชายป่าทึบที่มีความสูงไม่เกิน 500 เมตร แม้จะเคยมีรายงานการพบที่ภูเขาคินาบาลูที่ระดับความสูง 1,800 แต่ก็เป็นรายงานที่ไม่ยืนยัน นักธรรมชาติวิทยาสมัยก่อนบันทึกว่าแมวชนิดนี้พบเฉพาะในป่าทึบเท่านั้น แต่เคยมีการพบเห็นตัวครั้งหนึ่งในซาราวักเป็นพื้นที่เป็นป่าไม้แคระที่มีหินระเกะระกะ มีซากไม่ต่ำกว่าสามซากที่เก็บได้ริมแม่น้ำ แต่นี่ก็ไม่อาจยืนยันได้แน่ชัดว่าแมวชนิดนี้ชอบอยู่ริมน้ำ เพราะอาจเกิดจากการที่นักวิทยาศาสตร์มักเดินสำรวจแต่ตามริมน้ำซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกในการเดินทางในป่าที่สลับซับซ้อนของบอร์เนียว

ภัยคุกคาม

แม้ในบอร์เนียวจะมีเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าตามเอกสารมากถึง 25 แห่ง แต่ความจริงมีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่มีอยู่จริง ส่วนที่เหลือเป็นเพียงป่าที่ได้รับการเสนอพิจารณาจัดตั้งเท่านั้น และพื้นที่ทั้งหมดนี้เป็นป่าที่ถูกบุกรุกมาก่อนทั้งจากการตั้งถิ่นฐานของผู้คนและการทำไม้ การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยดูเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์ชนิดนี้ต้องลำบากจนอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านแมวของไอยูซีเอ็นได้จัดให้แมวชนิดนี้อยู่ในลำดับความสำคัญสูงที่ต้องค้นคว้าและศึกษา

สถานภาพ

แมวแดงบอร์เนียวเป็นสัตว์หายากมาก ในปี 2530 ราบิโนวิตซ์ เคยสอบถามชาวบ้านในซาบาห์และซาราวักถึงการพบเห็นเสือชนิดต่าง ๆ โดยให้ดูภาพเสือประกอบ พบว่าชาวบ้านหลายคนมักคุ้นเคยกับเสือลายเมฆ แมวดาว แมวป่าหัวแบน และแมวลายหินอ่อนเป็นอย่งดี แต่ไม่มีใครรู้จักแมวแดงบอร์เนียวเลย

แมวแดงบอร์เนียว

แมวแดงบอร์เนียว

รายงานการพบแมวแดงบอร์เนียวตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็มีน้อยมาก ในปลายทศวรรษ 1950 มีรายงานจากนักท่องเที่ยวว่าพบหมวกสองใบที่ใช้ประกอบพิธีกรรมของชาวดยักที่ทำจากหนังของแมวแดงบอร์เนียว

แต่ในปี 2535 แมวแดงบอร์เนียวตัวหนึ่งถูกนำส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ซาราวัก เป็นแมวตัวเมียเต็มวัยแต่อยู่ในอาการปางตาย หนักเพียง 1.95 กิโลกรัม ทั้งที่แมวขนาดนั้นถ้าอยู่ในสภาพดีควรมีน้ำหนัก 3-4 กิโลกรัม หลังจากนั้นไม่นานแมวตัวนั้นก็ตาย จากสภาพแมวตัวนั้นคงติดกับดักชาวบ้านแล้วเลี้ยงไว้ในกรงเป็นเวลานานหลายเดือน นั่นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบศตวรรษที่นักชีววิทยาได้เห็นแมวชนิดนี้ตัวเป็น ๆ แมวตัวนี้มีจุดดำกระจัดกระจาย หางยาว 39.1 เซนติเมตร หรือ 73 เปอร์เซ็นต์ของความยาวหัว-ลำตัว (53.3 เซนติเมตร)

ในเดือนธันวาคม ปี 2541 วารสาร บีบีซีไวลด์ไลฟ์ ได้ตีพิมพ์ภาพของแมวแดงบอร์เนียวที่ยังมีชีวิตที่ดักจับได้จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผย แมวตัวนั้นหลังจากชั่งน้ำหนัก วัดขนาดร่างกาย ตรวจสอบทางกายภาพและกำจัดปรสิตแล้ว ก็ปล่อยกลับเข้าป่าไป

และในปี 2543 มีรายงานว่าแมวแดงบอร์เนียวสองตัวติดแร้วของนายพรานใกล้หมู่บ้านในรัฐซาบาห์ แมวสองตัวนั้นถูกขายให้แก่นายหน้าผู้ซึ่งต่อมาได้ทำเรื่องขอเอกสารเพื่อส่งออกไปยังอเมริกา แต่แมวทั้งสองก็ตายลงก่อนที่จะส่งไป

ปัจจุบันแมวแดงบอร์เนียวได้รับการคุ้มครองในพื้นที่กระจายพันธุ์เกือบทั้งหมด ไซเตสจัดไว้ในบัญชีหมายเลข 2 เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลมากนัก ไอยูซีเอ็นจัดอยู่ระดับเสี่ยงสูญพันธุ์ คาดว่ามีประชากรเหลืออยู่ไม่ถึง 10,000 ตัวเท่านั้น

ประเทศที่ห้ามล่าและซื้อขาย

อินโดนีเซีย มาเลเซีย (ซาบาห์และซาราวัก)

ประเทศที่ไม่คุ้มครองนอกเขตอนุรักษ์

บรูไนดารุสซาราม

ข้อมูลอ้างอิง

Wild Cats of the World, Mel Sunquist and Fiona Sunquist, The university of Chicago Press.
Walker's Mammals of the World, sixth edition, 1999, Ronald M. Novak.
http://www.canuck.com/iseccan/bbay.html
http://dialspace.dial.pipex.com/agarman/baycat.htm
http://lynx.uio.no/catfolk/badia01.htm
http://www.canuck.com/iseccan/where.html
http://www.bbc.co.uk/nature/animals/features/61now.shtml
http://www.catmine.com/big/bornean_bay_cat.htm

ปรับปรุงครั้งล่าสุด 3 ธ.ค. 50


โลกสีเขียว | เสือและแมว นักล่าผู้งามสง่า | แฟ้มสัตว์โลก | นายวิมุติ