
| ชื่อไทย | แมวออนซิลลา |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Leopardus tigrinus |
| ชั้น | Mammalia |
| อันดับ | Carnivora |
| วงศ์ | Felidae |
| วงศ์ย่อย | Felinae |
| สกุล | Leopardus |
| ชื่ออื่น | อังกฤษ : Oncilla, Tiger cat, little tiger cat, little spotted cat, tiger ocelot, tiger cat ฝรั่งเศส : chat tigre, oncille, Chat-tacheté เยอรมัน : Onzille kleinflekenkatze, Ozelotkatze, Zwergtigerkatze สเปน : tigrillo, tirica, gato tigre, caucel, Gato Atigrado อาร์เจนตินา : gato tigre chico, gato onza chico, gato pintado chico บราซิล : gato do mato เปรู,อาร์เจนตินา, กายานา : chivi โคลอมเบีย : tigrillo peludo, tigre gallinero คอสตาริกา : caucél เอกวาดอร์ : tigrillo chico เฟรนช์เกียนา : chat tigre tacheté, chat tig ซูรินาเม : ocelot-cat, tigrikati เวเนซุเอลา : tigrito |
แมวออนซิลลา (ภาพจาก วิกิพีเดียคอมมอนส์)
ออนซิลามีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษหลายชื่อ เช่น Tiger Cat, Little Spotted Cat, Tiger Ocelot, Tigrillo, Cunaguaro, Oncila จึงอาจมีผู้เรียกแมวชนิดนี้ไปหลายชื่อ เช่นแมวเสือ แมวเสือโคร่ง แมวจุดเล็ก โอเซลอตเสือโคร่ง ในที่นี้ขอเรียกชื่อเดียวว่า ออนซิลลา ออนซิลลาเป็นแมวอยู่ในสกุล Leopardus เช่นเดียวกับ โอเซลอต และมาร์เกย์
ออนซิลลาเป็นแมวที่มีขนาดเล็กที่สุดชนิดหนึ่งในทวีปอเมริกา มีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 2.5 กิโลกรัม ตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย ลวดลายโดยทั่วไปคล้ายมาร์เกย์ แต่จุดของออนซิลลาค่อนข้างจางกว่า ตัวบอบบางกว่า หางสั้นกว่า และขนไม่หนาแน่นเท่ามาร์เกย์
ออนซิลลามีขนสีน้ำตาลอ่อนจนถึงน้ำตาลแดงและเทา ลายจุดหรือเป็นดวงสีน้ำตาลเข้ม ใต้ลำตัวสีพื้นอ่อนมีจุดดำ ขาทั้งสี่มีลายจุดที่ด้านนอก หางมีลายปล้อง บริเวณโคนมีลายจุด ยาวประมาณร้อยละ 56 ของความยาวหัว-ลำตัว หัวแคบ มีเส้นขาวเหนือลูกตา ใบหูใหญ่ หลังใบหูสีดำ มีจุดสีขาวกลางใบหู ม่านตาสีเหลืองทองหรือน้ำตาลอ่อน ขนเรียบติดหนัง และไม่ลู่ย้อนกลับบริเวณท้ายทอยดังที่พบในโอเซลอตและมาร์เกย์ ออนซิลาดำแบบเมลานิซึมก็มีรายงานพบเช่นกัน โดยเฉพาะในป่าทึบทางตอนใต้ของประเทศบราซิล
ปัจจุบันออนซิลลามีสี่ชนิดย่อย ดังนี้
การวิเคราะห์ทางดีเอ็นเอไมโตคอนเดรีย ชี้ว่า ออนซิลลาที่พบในคอสตาริกา (L. t. oncilla) กับตัวที่พบในตอนใต้ของบราซิล (L. t. guttulus) มีความแตกต่างกันมาก คาดว่าแมวสองส่วนนี้ถูกแยกออกจากกันเมื่อ 3.7 ล้านปีมาแล้วโดยแม่น้ำอะเมซอน ความแตกต่างนี้ทำให้มีความคิดที่จะจัดให้แมวในสองส่วนนี้เป็นแมวต่างชนิดกัน อย่างไรก็ตามยังต้องมีการเก็บตัวอย่างและศึกษาเพิ่มเติมต่อไปอีก
เคยมีการพบแมวลูกผสมระหว่างออนซิลลากับแมวปัมปัส (Leopardus colocolo) และออนซิลลากับแมวชอฟรัว (Oncifelis geoffroyi) ในพื้นที่ที่แมวเหล่านี้หากินร่วมกันด้วย
เขตกระจายพันธุ์ของแมวออนซิลลา
ออนซิลลาชอบอาศัยอยู่ตามป่าบนภูเขาสูง พบอยู่ที่ระดับความสูงกว่ามาร์เกย์และโอเซลอต ในโคลัมเบียพบที่ระดับความสูงตั้งแต่เหนือ 1,500 เมตรจนถึง 4,500 เมตรหรือจรดแนวหิมะ เคยพบซากที่ระดับสูงสุดถึง 4,800 เมตร พบในที่ราบสูงแอนดีสในเขตประเทศเอกวาดอร์ซึ่งใช้พื้นที่ร่วมกับแมวปัมปัสและคูการ์ ในบราซิลพบในที่สูงกึ่งเขตร้อน ป่าชั้นสองและป่าละเมาะที่แห้งแล้ง เคบพบในป่าชากที่เคยเป็นสวนยูคาลิปตัสที่อยู่ระดับสูง 600 เมตร ในป่าอเมซอนพบบริเวณชายป่าแต่ในป่าลึกพบได้น้อย
เชื่อว่าออนซิลลาหากินเวลากลางคืนโดยลำพัง ออนซิลลาปีนป่ายได้คล่องแคล่ว แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ลงจากต้นไม้แบบเอาหัวลงอย่างมาร์เกย์ แม้ออนซิลลากับมาร์เกย์จะอาศัยในพื้นที่ร่วมกัน แต่ออนซิลลาออกจะชอบเหยื่อขนาดเล็กกว่า แมวทั้งสองชนิดนี้จึงมักไม่ค่อยมีปัญหากระทบกระทั่งกัน อาหารของออนซิลลาได้แก่สัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก วานรขนาดเล็ก นก แมลง และสัตว์เลื้อยคลาน
ออนซิลลาตัวเมียติดสัดนานหลายวัน ช่วงนี้ตัวผู้จะดุร้ายต่อตัวเมียมาก ในแหล่งเพาะเลี้ยงพบว่าตั้งท้องนาน 74-76 วัน ออกลูกครั้งละ 1-3 ตัว ลูกแมวแรกเกิดหนักราว 58-116 กรัม ลืมตาได้เมื่ออายุ 17 วัน และหย่านมได้เมื่ออายุ 2-3 เดือน แมวรุ่นใหม่จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้เมื่ออายุตั้งแต่หนึ่งปีครึ่งถึงสองปี ในแหล่งเพาะเลี้ยงมีอายุเฉลี่ย 11 ปี เคยพบตัวที่อายุมากที่สุด 20 ปี
ด้วยขนที่สวยงาม ทำให้ออนซิลาถูกล่าอย่างหนักเพื่อเอาหนัง นอกจากนี้ที่ราบสูงหลายแห่งซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของมันก็ถูกเปลี่ยนเป็นไร่กาแฟหรือยูคาลิปตัส ในป่าอเมซอนที่น่าจะเป็นฐานที่มั่นสำคัญของแมวหลายชนิดกลับมีประชากรแมวชนิดนี้ต่ำมาก (น้อยกว่า 0.01 ตัวต่อ 100 ตารางกิโลเมตร) ส่วนใหญ่พบอยู่นอกเขตอนุรักษ์ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียที่อยู่อาศัยและถูกล่า การเพาะพันธุ์ในแหล่งเพาะเลี้ยงให้ผลไม่ดีนัก เนื่องจากมีอัตราตายในวัยทารกสูง อย่างไรก็ตาม เอสโอเอสแคร์ (SOS care) ในแคลิฟอร์เนียเป็นหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์แมวชนิดนี้และกลายเป็นผู้เพาะพันธุ์ออนซิลลาที่สำคัญ
ไซเตสจัดไว้ในบัญชีหมายเลข 1 ไอยูซีเอ็นประเมินว่า เสี่ยงสูญพันธุ์ (2551) (A3c)
อาร์เจนตินา บราซิล โคลอมเบีย คอสตาริกา เฟรนช์เกียนา ปารากวัย ซูรินาเม เวเนซูเอลา
เอกวาดอร์ กายานา นิคารากัว ปานามา เปรู