แมวปัมปัส

ชื่อไทยแมวปัมปัส
ชื่อวิทยาศาสตร์
ชั้น
อันดับ
วงศ์
วงศ์ย่อย
สกุล
ชื่ออื่นอังกฤษ : Pampas Cat , grass cat ฝรั่งเศส : chat des pampas เยอรมัน : Pampaskatze สเปน : gato pajero, gato de los pajonales, osio โบลิเวีย, ชิลี, เอกวาดอร์, เปรู, ปารากวัย : gato montés โบลิเวีย : gato peludo บราซิล : gato palheiro ชิลี : gato colocolo เอกวาดอร์ : gatillo เปรู : osjollo, chinchay

ลักษณะทั่วไป

แมวปัมปัสดูเผิน ๆ เหมือนแมวบ้านพันธุ์ดี ลำตัวอ้วน ขนฟูหนานุ่ม พวกที่อยู่ในเขตหนาวขนจะหนากว่าพวกที่อยู่ในเขตที่อบอุ่นกว่า ตัวเต็มวัยความยาวหัว-ลำตัวประมาณ 43.5-70 เซนติเมตร หนัก 3-7 กิโลกรัม ความสูงที่หัวไหล่ 30-35 เซนติเมตร สีสันแตกต่างกันตั้งแต่สีเหลือง-ขาว เทา-เหลือง สีน้ำตาล และน้ำตาล-เทา เทาเงิน และเทาอ่อน ลวดลายของขนอาจเป็นจุดหรือเป็นริ้วสีแดงอมเทา หรืออาจเรียบเกือบไม่มีลาย มีขนชั้นนอกยาวคล้ายแผงคอสิงโตขึ้นอยู่บนหลัง ขนนี้อาจยาวถึง 7 เซนติเมตร เมื่อตกใจจะชูชันขึ้น หัวค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับลำตัว ใบหน้ากว้าง จมูกสั้น ตาสีอำพันค่อนข้างโต หูใหญ่ชี้ หลังใบหูสีดำ กลางใบหูมีจุดสีเทาหรือสีขาว ขาสั้นม่อต้อ ช่วงใต้ลำตัวและขาสีขาวหรือสีครีมมีจุดสีน้ำตาลหรือสีดำ หางยาวประมาณ 22-32.2 เซนติเมตร ฟู มีแถบสีน้ำตาลคล้ายปล้อง

แมวปัมปัส

แมวปัมปัส (ภาพจาก arkive.org)

เนื่องจากมีเขตกระจายพันธุ์กว้างขวางมาก แมวปัมปัสจึงมีสีสันแตกต่างกันมากตามแต่ละพื้นที่ พวกที่อยู่ในที่สูงในเทือกเขาแอนดีส จะมีสีเทา ลายริ้วสีออกแดง ดูคล้ายกับแมวภูเขาแอนดีส แม้จะมีลายไม่มากเท่าแมวภูเขาแอนดีสก็ตาม ในทุ่งปัมปัสของอาร์เจนตินา ขนจะยาวและสีออกไปทางสีน้ำตาลอมเหลือง และลายกลมกลืนไม่เด่นชัด ตัวผู้วัยเด็กตัวหนึ่ง (3 เดือน) ที่จับได้ในตอนกลางของบราซิลมีพื้นสีสนิมและลายสีดำทั่วทั้งตัว แต่เมื่ออายุได้ 8 เดือน ลายตามลำตัวกลับจางหายไป เหลือแต่ลายตามขาและช่วงล่างของลำตัวเท่านั้น

บริเวณตอนกลางของบราซิลพบว่ามีการผสมข้ามชนิดระหว่างแมวปัมปัสกับแมวเสือ (Leopardus tigrinus) ด้วย

แมวโกโลโกโล และแมวปันตานัล

เดิมนักวิทยาศาสตร์แบ่งแมวปัมปัสออกเป็นสามชนิดย่อย แต่ละชนิดย่อยมีลวดลายต่างกันและมีเขตกระจายพันธุ์แยกจากกัน คือพวกที่อยู่ในเทือกเขาแอนดีส ตั้งแต่เอกวาดอร์ไปจนถึงอาร์เจนตินากลุ่มหนึ่ง พวกที่อยู่ในทุ่งปันตานัลกลุ่มหนึ่ง และพวกที่อยู่ทางตะวันตกของชิลี

แต่ต่อมาในปี 2537 นักวิทยาศาสตร์ได้มีการแยกแมวปัมปัสทั้งสามชนิดย่อย ออกเป็นสามชนิดตามสัญฐานวิทยา ดังนี้

ชื่อชนิดชื่อวิทยาศาสตร์เขตกระจายพันธุ์
แมวปัมปัสLynchailurus pajeros (Desmarest, 1816)เทือกเขาแอนดีสในเขตของเอกวาดอร์จนถึงปาตาโกเนียและอาร์เจนตินา
แมวปันตานัลLynchailurus braccatus (Cope, 1889)ทุ่งใหญ่เขตอบอุ่น และป่ากึ่งเขตร้อนในบราซิล ปารากวัย และอุรุกวัย
แมวโกโลโกโลLynchailurus colocolo (Molina, 1782)ตอนกลางและตะวันตกเฉียงเหนือของชิลี

ตามการวิเคราะห์เชิงพันธุศาสตร์ก็สนับสนุนให้มีการแบ่งย่อยในระดับชนิดย่อยมากกว่าที่จะแยกในระดับชนิด นอกจากนี้ผลจากการแบ่งแบบนี้ก็ไม่สอดคล้องกับการแบ่งตามสัญฐาน นั่นหมายความว่ามีผลต่อกลุ่มประชากรต่างกันด้วย ดังนั้นเรื่องของแมวปัมปัส แมวโกโลโกโล และแมวปันตานัล จึงยังมีความคลุมเคลืออยู่ การจัดอนุกรมวิธานของแมวปัมปัสยังคงต้องมีการศึกษาต่ออีกมาก

ตามที่ยอมรับกันในปัจจุบัน แมวที่เคยเรียกว่าแมวปัมปัส (Oncifelis colocolo) ได้แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้

  • แมวปัมปัส (Leopardus pajeros)
  • แมวปันตานัล (Leopardus braccatus)
  • แมวโกโลโกโล (Leopardus colocolo)

เนื่องจากแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ที่ประกอบการเขียนบทความนี้ อ้างถึงแมวปัมปัสในการเรียกแบบเดิม ซึ่งรวมถึงแมวโกโลโกโลและแมวปันตานัลด้วย ดังนั้น "แมวปัมปัส" ในบทความนี้ จะเป็นการเรียกรวมทั้งสามชนิดนี้ไว้ด้วยกัน

ถิ่นที่อยู่อาศัยและเขตกระจายพันธุ์

แมวปัมปัส

เขตกระจายพันธุ์ของแมวปัมปัส

แม้จะมีชื่อว่าแมวปัมปัส ซึ่งน่าจะสื่อว่าเป็นแมวแห่งทุ่งหญ้าปัมปัสของอเมริกาใต้ แต่ความจริงแมวชนิดนี้มีความอดทนและปรับตัวเข้ากับสภาพพื้นที่ได้หลายประเภท นอกจากในทุ่งหญ้าแล้วยังพบได้ในป่าชื้น ป่าเปิด ป่าบึง ซะวันนา พื้นที่กึ่งทะเลทราย ป่าชายเลน พื้นที่เขาลาดชัน พบในที่ราบน้ำท่วมถึงปาตาโกเนีย ไม่พบในป่าฝนในที่ต่ำและชายฝั่ง พบได้ตั้งแต่ระดับ 100 จนถึง 5,000 เมตรในทั้งสองฝั่งของเทือกเขาแอนดีส และอาจเป็นไปได้ว่าอาศัยอยู่ร่วมพื้นที่กับแมวภูเขาแอนดีส (Oreailurus jacobita) ในบริเวณตอนล่างของเขตกระจายพันธุ์ แมวปัมปัสอาศัยอยู่ในทะเลทรายปาตาโกเนียที่หนาวเย็นและแห้งแล้ง ตอนเหนือแพร่ไปไกลถึงมาโตกรอสโซในบราซิลตะวันตกเฉียงใต้ ปารากวัย โบลิเวีย เทือกเขาแอนดีสในเปรู ภาคกลางของชิลี และบางส่วนของเอกวาดอร์ เคยพบในป่าบึงพื้นที่ต่ำที่มีหญ้าเอสปาโตขึ้นเป็นหย่อมของอุรุกวัย แต่ประเทศนี้ได้ประกาศว่าแมวชนิดนี้สูญพันธุ์ไปจากประเทศแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีความเชื่อว่าน่ายังหลงเหลืออยู่บ้างแม้ไม่มากนัก

อุปนิสัย

แม้แมวชนิดนี้จะมีเขตกระจายพันธุ์กว้างขวางมากและเป็นที่รู้จักกันดี แต่แทบไม่มีการศึกษาภาคสนามเลย การขาดแคลนข้อมูลในด้านนี้ทำให้การวางแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสัตว์ชนิดนี้ทำได้ยากมาก

เชื่อว่าแมวปัมปัสน่าจะหากินตอนกลางคืน พบตอนกลางวันบ้าง อาศัยบนพื้นดินเป็นหลัก แต่จะปีนขึ้นต้นไม้หากมีภัยคุกคาม เคยพบว่าแมวปัมปัสในกรงเลี้ยงตัวหนึ่งในบราซิลเลือกพักผ่อนอยู่บนง่ามไม้ที่สูงที่สุดในกรงเสมอ คาดว่าจับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็กที่หากินตอนกลางคืนเป็นอาหาร รวมถึงนกที่ทำรังอยู่บนพื้นดินเช่นเพนกวินและไข่ นอกจากนี้ยังกินกิ้งก่าและแมลงขนาดใหญ่ด้วย มีรายงานว่าแมวปัมปัสจับสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านกินเหมือนกัน โดยเฉพาะในเขตที่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์

แมวปัมปัสนิสัยดุร้ายมาก แม้จะอยู่ในแหล่งเพาะเลี้ยงก็ตาม

ชีววิทยา

ข้อมูลด้านชีววิทยาของแมวปัมปัสไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดนัก ทราบเพียงว่าตั้งท้อง 80-85 วัน ออกลูกคราวละ 1-3 ตัว เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 2 ปี ในแหล่งเพาะเลี้ยงที่อยู่ในซีกโลกเหนือพบว่าฤดูผสมพันธุ์อยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม อายุขัยเฉลี่ย 9 ปี ตัวที่อายุมากที่สุดคือ 16.5 ปี

ภัยคุกคาม

การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งสำหรับแมวชนิดนี้ ทุ่งปัมปัสของอาร์เจนตินาและอุรุกวัยเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนเข้าไปแผ้วถางตั้งรกรากกันมาก ส่วนพวกที่อยู่ในชิลีคือกลุ่มที่ถูกคุกคามมากที่สุดเนื่องจากพื้นที่เล็ก นอกจากนี้การที่สัตว์เหยื่อของแมวปัมปัสลดจำนวนลงไปก็เป็นปัญหาเช่นกันในอาร์เจนตินาเคยถูกล่าอย่างหนักเพื่อการค้าขนสัตว์ มีบันทึกว่าระหว่างปี 2519-2522 มีหนังแมวปัมปัสถูกส่งออกนอกประเทศมากถึง 78,000 ผืน อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2530 การค้าขนสัตว์ไม่ใช่ภัยใหญ่ของแมวชนิดนี้อีกต่อไป

สถานภาพ

แม้จะพื้นที่กระจายพันธุ์ในบราซิลกว้าง แต่กลับมีรายงานพบเห็นน้อย สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะแมวปัมปัสรูปร่างคล้ายแมวบ้านในบางพื้นที่ก็เป็นได้ จึงไม่ใคร่ใครใส่ใจ จากการสำรวจที่อุทยานแห่งชาติอีมัสด้วยกล้องกับดักในปี 2551 พบว่าค่อนข้างพบได้บ่อย ประเมินได้ว่าความหนาแน่นประชากรตัวเต็มวัยอยู่ในช่วง 2-10 ตัวต่อ 100 ตารางกิโลเมตร ไอยูซีเอ็นจัดว่ายังอยู่ในระดับใกล้ถูกคุกคาม (2551) ไซเตสจัดแมวปัมปัสไว้ในบัญชีหมายเลข 2

ประเทศที่ห้ามล่า

อาร์เจนตินา โบลิเวีย ชิลี ปารากวัย

ประเทศที่ควบคุมการล่า

เปรู

ไม่มีการคุ้มครอง

บราซิล เอกวาดอร์

ไม่มีข้อมูล

อุรุกวัย

ข้อมูลอ้างอิง

เขียนโดย วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com) เผยแพร่ : 26 ก.ย. 53

Powered by Wimut Wasalai