คอดคอด

ชื่อไทยคอดคอด
ชื่อวิทยาศาสตร์Leopardus guigna
ชั้นMammalia
อันดับCarnivora
วงศ์Felidae
วงศ์ย่อยFelinae
สกุลLeopardus
ชื่ออื่นอังกฤษ : Kodkod, Gato Montes, Forest Cat, Guiña, Chilean Cat ฝรั่งเศส : guigna, chat du Chili เยอรมัน : Chilenische Waldkatze, Nachtkatze สเปน : Guina

ลักษณะทั่วไป

คอดคอดเป็นแมวป่าที่ตัวเล็กที่สุดในทวีปอเมริกา และเป็นแมวที่เล็กที่สุดชนิดหนึ่งของโลก มีขนาดใกล้เคียงกับแมวตีนดำและแมวจุดสีสนิม ความยาวลำตัว 50 เซนติเมตร หนักเพียง 2.2 กิโลกรัม ลักษณะทั่วไปคล้ายแมวชอฟรัว ซึ่งมีเขตกระจายพันธุ์ร่วมกัน แต่ตัวเล็กกว่า หัวเล็กกว่า และหางฟูกว่า นักวิทยาศาสตร์บางคนจัดว่าคอดคอดเป็นเพียงชนิดย่อยหนึ่งของแมวชอฟรัวเท่านั้น คนท้องถิ่นเรียกว่า กวีนยา (Guigna) ซึ่งมีความหมายว่า แมวภูเขา ส่วนคำว่า คอดคอดอาจมาจากภาษาอินเดียนแดงเผ่นมาปูเช บางคนสันนิษฐานว่าชื่อนี้เคยใช้เรียกแมวปัมปัสมาก่อน ซึ่งชื่อชนิดของแมวปัมปัสคือ colocolo อาจกร่อนมาจากคำว่าคอดคอดก็ได้

คอดคอด

คอดคอด (ภาพโดย Gerardo Acosta J., University of Chile)

คอดคอดมีสีพื้นแตกต่างกันได้หลายสี ตั้งแต่เทาอ่อน เทาอมน้ำตาล สีเนื้อ หรือสีน้ำตาลไหม้ มีจุดกลมสีดำ มีเส้นสีดำพาดคอและกระหม่อม ใต้ลำตัวสีซีด หัวเล็ก มีเส้นเหนือหัวและที่แก้มแต่ไม่เด่นชัดนัก รอบตาสีขาว หูค่อนข้างใหญ่และกลม หลังใบหูขอบสีดำมีแต้มขาวตรงกลาง ขาสั้น อุ้งตีนใหญ่ ฝ่าตีนสีดำ หางฟูมากแต่สั้น ความยาวหางประมาณหนึ่งในสามของความยาวหัว-ลำตัว มีปล้องสีดำประมาณ 10-12 ปล้อง ปลายหางดำ

มีชนิดย่อยสองชนิดย่อยคือ O.g.guigna อาศัยอยู่ในชิลีตอนใต้และอาร์เจนตินา มีขนาดเล็กกว่า สีสันสว่างกว่าและมีจุดที่ขา ส่วน O.g.trigillo อาศัยอยู่ในตอนกลางของชิลี ไม่มีลายที่ตีน ตัวที่มีสีดำสนิทแบบเมลานิซึมก็เคยพบทั้งสองชนิดย่อย และอัตราการเกิดเมลานิซึมค่อนข้างสูง มักเกิดขึ้นที่แถบละติจูดสูง โดยเฉพาะที่เกาะชิโลเอและ Guaitecas

ถิ่นที่อยู่อาศัยและเขตกระจายพันธุ์

คอดคอด

เขตกระจายพันธุ์ของคอดคอด

พบเฉพาะในทางตะวันตกเฉียงใต้ของอาร์เจนตินา ตอนกลางและตอนใต้ของชิลี ชอบอาศัยอยู่ในป่าดิบเขตอบอุ่น ป่าผสมในเขตอบอุ่น และป่าพืชเมล็ดเปลือย พื้นที่ระหว่างชายฝั่งทะเลกับเทือกเขาแอนดีส พบได้จนถึงระดับแนวไม้ยืนต้นที่ความสูง 1,900 ถึง 2,500 เมตร นอกจากนี้ก็ยังอาจพบได้ในป่าชั้นสอง ป่าละเมาะ และชายป่าใกล้ชุมชนมนุษย์

อุปนิสัย

ปกติคอดคอดหากินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ในที่ที่มีมนุษย์อยู่ คอดคอดจะหากินเฉพาะกลางคืนเท่านั้น ส่วนคอดคอดในแหล่งเพาะเลี้ยงก็เคยพบว่ามักมีกิจกรรมในตอนกลางวันมากกว่า

คอดคอดหาหากินบนพื้นดินเป็นหลัก แต่ก็ปีนป่ายได้ดี อาจปีนขึ้นต้นไม้ไปพักผ่อนในเวลากลางวันหรือเพื่อหนีอันตราย อาหารหลักคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมขนาดเล็กเช่นพวกหนู รวมถึงนก สัตว์เลื้อยคลานและนก

ภัยคุกคาม

ในเกาะชิโลเอของชิลี มีจำนวนประชากรคอดคอดอยู่น้อยและอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ไม่กี่แห่งที่ยังหลงเหลือจากการถากถางเพื่อทำไร่และตามพุ่มไม้ริมถนน จับหนูและแมลงกินเป็นอาหาร ถนนเป็นอุปสรรคในการสัญจรของคอดคอด เพราะมันจะข้ามถนนเฉพาะตรงจุดที่มีไม้ทอดเงาข้ามถนนเท่านั้น ในพื้นที่ที่ถูกแบ่งแยกอย่างหนักนี้ แมวตัวผู้ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลขึ้นเพื่อหาคู่ ทำให้มีโอกาสต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์ ส่วนตัวเมีย ซึ่งใช้พื้นที่หากินน้อยกว่าดูจะไม่ค่อยเดินทางมากเท่าตัวผู้ ตัวเมียที่นี่น้ำหนักเฉลี่ย 1.7 กิโลกรัม ส่วนตัวผู้ 2.4 กิโลกรัม นอกจากนี้ชาวบ้านที่นี่ก็ไม่เป็นมิตรกับคอดคอดนักเพราะมองว่าคอดคอดเป็นปีศาจดูดเลือด ความเข้าใจผิดนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเคยมีการพบรูเขี้ยวสองรูที่คอของเป็ดไก่ของชาวบ้าน

ชีววิทยา

แม่คอดคอดตั้งท้องนาน 72-78 วัน ออกลูกคราวละ 1-3 ตัว ตัวเมียถึงวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 24 เดือน ในแหล่งเพาะเลี้ยงมีอายุได้กว่า 11 ปี

สถานภาพ

จำนวนประชากรของคอดคอดในธรรมชาติไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการที่มีเขตกระจายพันธุ์จำกัดอาจแสดงถึงจำนวนประชากรที่ไม่มากนัก และนี่ก็เป็นสาเหตุให้คอดคอดค่อนข้างอ่อนไหวต่อการทำลายป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอเมริกาใต้ แม้ขนาดที่เล็กของแมวชนิดนี้ช่วยให้มันหลุดรอดสายตาไปจากการล่าเพื่อเอาหนังได้ดี แต่มันก็มักติดกับดักที่นายพรานวางไว้ดักหมาจิ้งจอกอยู่เสมอ

แมวชนิดนี้ได้รับการคุ้มครองทั้งที่ประเทศอาร์เจนตินาและชิลี ไซเตสจัดไว้ในบัญชีหมายเลข 2 (2552) ไอยูซีเอ็นประเมินว่าอยู่ในสถานะเสี่ยงสูญพันธุ์ (2551)

ข้อมูลอ้างอิง

เขียนโดย วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com) เผยแพร่ : 15 มี.ค. 53

Powered by Wimut Wasalai