ค่างแว่นถิ่นใต้
ค่างแว่นถิ่นใต้ มีสีสันได้หลายแบบ ช่วงบนอาจมีสีน้ำตาล เทา หรือดำ ส่วนช่วงล่าง ขาหลัง และหางสีเทาอ่อน ใบหน้าสีเทา รอบปากสีขาว มักมีแต้มขาวรอบดวงตาเหมือนใส่แว่น ความยาวหัว-ลำตัว 42-61 เซนติเมตร หางยาว 50-85 เซนติเมตร แต่ความยาวหางแต่ละตัวก็ต่างกัน บางตัวสั้นไม่มีขนหาง บางตัวหางยาวและขนหางแน่น ตัวผู้และตัวเมียคล้ายกัน แต่ตัวผู้ตัวใหญ่กว่าและหนักกว่าเล็กน้อย น้ำหนักเฉลี่ยของตัวผู้ 7.4 กิโลกรัม ส่วนตัวเมีย 6.5 กิโลกรัม มือและตีนใช้ยึดจับสิ่งของต่าง ๆ ได้เกือบเหมือนมนุษย์ อุ้งมือและอุ้งตีนสีดำไม่มีขน
ค่างแว่นถิ่นใต้พบในคาบสมุทรมลายู และหมู่เกาะใกล้เคียง ภาคใต้ของไทยและพม่า อยู่ในสภาพพื้นที่หลากหลาย อาศัยอยู่บนต้นไม้ ชอบป่าทึบที่มีต้นไม้สูง บางครั้งอาจพบในป่าชั้นสองหรือแม้แต่ในเขตชุมชนมนุษย์ด้วย
| ชนิดย่อย | เขตกระจายพันธุ์ |
| T. o. obscurus | คาบสมุทรมลายู เหนือสุดถึงรัฐปะลิส |
| T. o. flavicauda | ตอนเหนือของคาบสมุทรมลายู ตั้งแต่รัฐปะลิสขึ้นไป ตอนใต้ของพม่าและไทย |
| T. o. halonifer | เกาะปีนัง |
| T. o. carbo | ชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซียและไทย เกาะตะรุเตา ดายังบันติง และลังกาวี |
| T. o. styx | เกาะเพอร์เฮนเทียนตะวันออกและอาจรวมถึงเกาะข้างเคียง |
| T. o. seimundi | เกาะพงัน และอาจรวมถึงเกาะข้างเคียง |
| T. o. sanctorum | เกาะ Zadetkyi (เกาะเซนต์แมททิว) ของประเทศพม่า |
ค่างแว่นถิ่นใต้หากินเวลากลางวัน รวมฝูงกันปีนป่ายหากินอยู่ตามเรือนยอดของป่า เวลากลางคืนจะกลับไปนอนที่ต้นประจำ มักอยู่บนเรือนยอดที่ระดับความสูงไม่ต่ำกว่า 35 เมตร ปีนและเดินไปตามกิ่งไม้ด้วยขาทั้งสี่ กินใบไม้ ยอดไม้ และเมล็ดพืชเป็นอาหารหลัก โดยเด็ดใบใส่ปาก หรือบางครั้งอาจใช้แขนโน้มกิ่งมาแล้วกัดเล็มใบไม้โดยตรง กินอาหารมากถึงวันละ 2 กิโลกรัม จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้แพร่กระจายเมล็ดพืช
ค่างแว่นถิ่นใต้ผู้หนึ่งมีประมาณ 5-20 ตัว แต่ละฝูงมักมีตัวผู้เต็มวัยอย่างน้อย 1 ตัว และตัวเมียเต็มวัยอย่างน้อย 2 ตัว ตัวผู้ในฝูงมีหน้าที่รับผิดชอบปกป้องฝูง รวบรวมสมาชิกในฝูง และลาดตระเวณตามขอบของอาณาเขต ส่วนค่างวัยรุ่นและวัยเด็กจะเล่นกันใกล้ ๆ ตัวเมียที่เป็นผู้ใหญ่ ส่งเสียงร้องได้หลายแบบและเสียงดัง
ค่างแว่นถิ่นใต้ไม่มีฤดูผสมพันธุ์ที่แน่นอน ตัวเมียมีคาบระดูประมาณ 3 สัปดาห์ แม่ค่างมักออกลูกราวเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม ออกลูกครั้งละตัว ตั้งท้องนาน 145 วัน ลูกค่างแรกเกิดสีทองอมส้ม และใบหน้าสีชมพู สีขนจะเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่ออายุได้ 6 เดือน ถึงวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 3-4 ปี ปกติมีช่วงการกำเนิดลูกนานประมาณ 2 ปี
อายุขัยในธรรมชาติไม่ทราบแน่ชัด แต่หากเทียบกับค่างหงอก (Trachypithecus cristatus) ซึ่งมีอายุในแหล่งเพาะเลี้ยง 31 ปี ค่างแว่นถิ่นใต้ก็น่าจะมีอายุขัยใกล้เคียงกัน ส่วนอายุขัยในธรรมชาติจะสั้นกว่าในแหล่งเพาะเลี้ยง
ไซเตสจัดไว้ในบัญชีหมายเลข 2 ไอยูซีเอ็นประเมินว่าใกล้ถูกคุกคาม ไทยถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
| ชื่อไทย | ค่างแว่นถิ่นใต้ |
| ชื่ออังกฤษ | Dusky Leaf-monkey, Dusky Langur, Dusky Leaf Monkey, Spectacled Langur, Spectacled Leaf Monkey |
| ชื่ออื่น | ฝรั่งเศส : Semnopith่que Obscur สเปน : Langur Obscuro |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Trachypithecus obscurus |
| อาณาจักร | Animalia |
| ไฟลัม | Chordata |
| ชั้น | Mammalia |
| อันดับ | Primates |
| วงศ์ | Cercopithecidae |
| สถานภาพการคุ้มครอง | ไทย : สัตว์ป่าคุ้มครอง, ไซเตส:บัญชีหมายเลข 2 |
| สถานภาพประชากร | ไอยูซีเอ็น : ใกล้ถูกคุกคาม (2551) |
|
อ่านเพิ่มเติม
Trachypithecus obscurus
|
สัตว์ชนิดอื่น
ช้างเอเชีย, ช้างอินเดีย, ช้างไทย
เสือปลา
เสือโคร่ง, เสือลาย
เสือดาว, เสือดำ
เสือลายเมฆ
เสือไฟ
แมวดาว
แมวป่าหัวแบน
เสือลายเมฆบอร์เนียว
แมวลายหินอ่อน
แมวป่า, เสือกระต่าย, เสือบอง
หมาจิ้งจอก
สมเสร็จ, ผสมเสร็จ
เก้ง, อีเก้ง, ฟาน
สมัน, เนื้อสมัน, กวางเขาสุ่ม
ลิงลม, นางอาย
หนูผีจิ๋ว
ชะนีมงกุฎ
เม่นใหญ่, เม่นใหญ่แผงคอยาว
ลิงไอ้เงี้ยะ, ลิงอ้ายเงี๊ยะ, ลิงวอกภูเขา, ลิงอัสสัม, ลิงภูเขา
บ่าง, พุงจง, พะจง
แรด, แรดชวา
ลิ่น, นิ่ม, ลิ่นพันธุ์มลายู, ลิ่นชวา
เก้งหม้อ, กวางเขาจุก
กระซู่
เลียงผา
นกกระเรียน
ละอง, ละมั่ง
หมีควาย, หมีดำ
หมีหมา, หมีคน
วัวแดง, วัวดำ, วัวเพลาะ
พังพอนกินปู
กวางผา, ม้าเทวดา
นากเล็กเล็บสั้น
พังพอนธรรมดา, พังพอนเล็ก
กระแตหางขนนก
เนื้อทราย, ทราย, ตามะแน
อีเห็นเครือ, มูดสังไม้
ควายป่า
กูปรี
นกแต้วแล้วท้องดำ
พะยูน, ปลาหมู, หมูดุด, ดุหยง
หมาใน, หมาแดง
กระจงควาย
เพียงพอนเหลือง
หมีขอ, บินตุรง
กวางป่า, กวางม้า
ค่างแว่นถิ่นใต้
กระทิง, เมย
ค่างหงอก
ชะนีมือขาว, ชะนีธรรมดา
|