ชะนีมือขาว, ชะนีธรรมดา

ภาพโดย Lazette Gifford จาก Animal Diversity Web

ชะนีมือขาวตัวผู้หนักเฉลี่ย 5.0-7.6 กิโลกรัม ตัวเมียหนักเฉลี่ย 4.4-6.8 กิโลกรัม ความยาวหัว-ลำตัว 43.5-58.5 เซนติเมตร ตัวเมีย 42.0-58.0 เซนติเมตร ไม่มีหาง มีสีสองแบบ คือน้ำตาลเข้มจนถึงดำแบบหนึ่ง หรือสีเนื้ออมแดงและวงหน้าขาวอีกแบบหนึ่ง มือและตีนสีขาว รูปแบบของสีไม่เกี่ยวข้องกับเพศ

พบในป่าหลายประเภท เช่น ป่าเต็งรัง ป่าดิบ ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ ป่าพรุ ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ต่ำกว่า 1,200 เมตร กระจายพันธุ์อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า และไทย ในจีนเคยพบแต่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว หรืออาจจะหลงเหลืออยู่ในตะวันตกเฉียงใต้ของยูนนาน ในประเทศไทยพบทุกภาคยกเว้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ชะนีมือขาวมี 4 ชนิดย่อย แต่ละชนิดย่อยมีลักษณะใกล้เคียงกันมากจนจำแนกด้วยสัญฐานวิทยาได้ยาก ชนิดย่อย H. l. lar อาศัยอยู่ในคาบสมุทรมลายูและอาจรวมถึงไทย ชนิดย่อย H. l. carpenteri พบในประเทศพม่า ตะวันตกของลาว และตอนเหนือของประเทศไทย ชนิดย่อย H. l. entelloides พบในตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า ภาคกลาง และภาคใต้ของไทย ชนิดย่อย H. l. vestitus พบในตอนเหนือของเกาะสุมาตรา

ชะนีมือขาวอาศัยกันเป็นครอบครัว ฝูงหนึ่งประกอบด้วยพ่อแม่ชะนีและลูก ๆ เป็นสัตว์ผัวเดียวเมียเดียว เมื่อจับคู่แล้ว ก็มักจะอาศัยอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดิมตลอดชีวิต เมื่อลูกโตขึ้นมาจนหากินเองได้ก็จะแยกตัวออกไป เคยมีการพบคู่ผัวเมียชะนีที่ต้องมีอันเลิกรากันบ้างเหมือนกัน เมือแยกทางกันไปแล้วแต่ละฝ่ายก็อาจจับคู่ใหม่ได้

เช่นเดียวกับชะนีทุกชนิด ที่ประกาศอาณาเขตด้วยเสียงร้องที่ดังก้องไปทั้งป่า เสียงร้องประกาศอาณาเขตนี้มักเป็นเสียงร้องคู่ประสานกันระหว่างผัวเมีย

ชะนีหากินเวลากลางวันเป็นหลัก กิจกรรมของวันเริ่มต้นขึ้นก่อนรุ่งสางด้วยเสียงร้องของตัวผู้ตัวเดียวในฝูง เมื่อถึงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น ทุกตัวในฝูงจะตื่นหมด จะเริ่มกิจวัตรด้วยการห้อยโหนไปมาพร้อมกับขับถ่าย ก่อนที่จะออกไปหากิน

ชะนีมือขาวเป็นวานรช่างเลือกในเรื่องอาหารการกินมากที่สุดชนิดหนึ่ง มีพืชมากกว่า 100 ชนิดที่ชะนีเลือกกิน อาหารส่วนใหญ่เป็นผลไม้สุก โดยเฉพาะลูกไทรที่ดูจะเป็นอาหารที่ชะนีมือขาวโปรดปรานที่สุด ถ้าเป็นใบไม้ ก็จะกินเฉพาะใบอ่อนและยอดอ่อนเท่านั้น นอกจากนี้ยังกินแมลงและไข่นกด้วย

ชะนีเคลื่อนที่เดินทางด้วยการห้อยโหนไปตามกิ่งไม้ บางครั้งอาจเดินบ้าง ซึ่งเดินได้ทั้งแบบสี่ขาและสองขา พื้นที่หากินของชะนีมือขาวกว้างประมาณ 0.4 ตารางกิโลเมตร เดินทางหากินวันละประมาณ 1.4 กิโลเมตร เสียงร้องในช่วงกลางวันมักเป็นเสียงโต้ตอบกันระหว่างชะนีหนุ่มสาว

นอกจากเสียงร้องแล้ว ชะนียังแสดงอารมณ์ด้วยสีหน้าและท่าทางได้เหมือนมนุษย์อีกด้วย

บางครั้งชะนีมือขาวก็อาจหากินร่วมกับวานรชนิดอื่นด้วย เช่น อุรังอุตัง ไซแมง ชะนีมงกุฎ ค่าง ลิงลม ลิงกัง

ยามนอน ชะนีในฝูงจะนอนบนต้นไม้ใกล้ ๆ กัน โดยมักเลือกต้นที่สูงที่สุดที่อยู่บนพื้นที่ลาดชันเป็นเรือนนอน

ชะนีมือขาวไม่มีฤดูผสมพันธุ์ที่แน่นอน ตั้งท้องได้ประมาณสองปีครั้ง แม่ชะนีตั้งท้องนานประมาณ 7 เดือน ลูกชะนีหย่านมได้เมื่ออายุ 2 ปี หลังจากหย่านมแล้วก็จะยังคงหากินอยู่กับฝูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ชะนีเด็ก ๆ จะได้รับการดูแลไม่เพียงจากแม่เท่านั้น พ่อและพี่ก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องนี้ด้วย แม้ชะนีวัยรุ่นจะหากินและดูแลตัวเองได้ตั้งแต่อายุน้อย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะยังไม่แยกตัวออกจากฝูงจนกว่าจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ซึ่งอยู่ราวปีที่ 8

ในธรรมชาติคาดว่าชะนีมือขาวมีอายุขัยราว 25 ปี ในแหล่งเพาะเลี้ยง อาจมีอายุได้มากถึง 50 ปี

แม้ชะนีอาศัยจะอยู่บนเรือนยอดของต้นไม้ ซึ่งปลอดภัยจากผู้ล่าหลายชนิด แต่ก็อาจตกเป็นเหยื่อของงูใหญ่เช่นงูเหลือมและงูหลาม นกนักล่าจำพวกเหยี่ยว เสือและแมวบางชนิดก็เก่งพอที่จะล่าชะนีได้ เช่นเสือดาว เสือไฟ และแมวลายหินอ่อน ภัยคุกคามต่อชะนีที่สำคัญก็คือจากการล่าโดยมนุษย์ บางพื้นที่นิยมกินเนื้อชะนี รวมถึงความนิยมจับลูกชะนีมาเลี้ยงของคนเมืองก็คุกคามชีวิตชะนีเช่นกัน เพราะชะนีจำนวนมากต้องตายไประหว่างการจับกุมและการขนส่ง ภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดก็คือการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย ชะนีมือขาวอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของไซเตส และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย ไอยูซีเอ็นประเมินจำนวนประชากรว่าอันตราย ในประเทศไทย คาดว่ายังมีประชากรชะนีมือขาวอยู่ประมาณ 15,000-20,000 ตัว

อ่านเพิ่มเติม

Hylobates lar
ชื่อไทยชะนีมือขาว, ชะนีธรรมดา
ชื่อวิทยาศาสตร์Hylobates lar
ชั้นMammalia
อันดับPrimates
วงศ์Hylobatidae
สกุลHylobates
ชื่ออื่นอังกฤษ : Lar gibbon, white-handed gibbon, common gibbon ดัตช์ : withandgibbon ฝรั่งเศส : gibbon à mains blanches, gibbon lar สเปน : gibbon de manos blancas สวีเดน : lar, vanlig gibbon, vithandad gibbon
สถานภาพการคุ้มครองไทย : สัตว์ป่าคุ้มครอง ไซเตส : บัญชีหมายเลข 1
ช้างเอเชีย, ช้างอินเดีย, ช้างไทย เสือปลา เสือโคร่ง, เสือลาย เสือดาว, เสือดำ เสือลายเมฆ เสือไฟ แมวดาว แมวป่าหัวแบน เสือลายเมฆบอร์เนียว แมวลายหินอ่อน แมวป่า, เสือกระต่าย, เสือบอง หมาจิ้งจอก สมเสร็จ, ผสมเสร็จ เก้ง, อีเก้ง, ฟาน สมัน, เนื้อสมัน, กวางเขาสุ่ม ลิงลม, นางอาย หนูผีจิ๋ว ชะนีมงกุฎ เม่นใหญ่, เม่นใหญ่แผงคอยาว ลิงไอ้เงี้ยะ, ลิงอ้ายเงี๊ยะ, ลิงวอกภูเขา, ลิงอัสสัม, ลิงภูเขา บ่าง, พุงจง, พะจง แรด, แรดชวา ลิ่น, นิ่ม, ลิ่นพันธุ์มลายู, ลิ่นชวา เก้งหม้อ, กวางเขาจุก กระซู่ เลียงผา นกกระเรียน ละอง, ละมั่ง หมีควาย, หมีดำ หมีหมา, หมีคน วัวแดง, วัวดำ, วัวเพลาะ พังพอนกินปู กวางผา, ม้าเทวดา นากเล็กเล็บสั้น พังพอนธรรมดา, พังพอนเล็ก กระแตหางขนนก เนื้อทราย, ทราย, ตามะแน อีเห็นเครือ, มูดสังไม้ ควายป่า กูปรี นกแต้วแล้วท้องดำ พะยูน, ปลาหมู, หมูดุด, ดุหยง หมาใน, หมาแดง กระจงควาย เพียงพอนเหลือง หมีขอ, บินตุรง กวางป่า, กวางม้า ค่างแว่นถิ่นใต้ กระทิง, เมย ค่างหงอก ชะนีมือขาว, ชะนีธรรมดา อีเห็นข้างลาย, อีเห็นธรรมดา กระต่ายป่า กระเล็นขนปลายหูสั้น กระเล็นขนปลายหูยาว
เขียนโดย วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)
โลกสีเขียว | เสือและแมว นักล่าผู้งามสง่า | แฟ้มสัตว์โลก | นายวิมุติ
Powered by Wimut Wasalai