กวางป่าเป็นกวางขนาดใหญ่ กวางตัวผู้ใหญ่ที่สุดอาจหนักได้ถึง 546 กิโลกรัม แต่ส่วนใหญ่หนัก 162-260 กิโลกรัม ความสูงที่หัวไหล่ 102-160 เซนติเมตร ขนตามลำตัวหยาบ มีสีน้ำตาลอ่อน บริเวณใต้ท้องและขาสีซีด เมื่อตกใจจะกระดกหางขึ้นลง ตัวผู้มักใหญ่กว่าตัวเมียและมีขนบริเวณคอหนากว่า กวางป่าตัวผู้เท่านั้นที่มีเขา เขาแต่ละข้างมี 3 หรือ 4 กิ่ง ผิวของเขาจะขรุขระคล้ายผลมะระแต่ละเอียดกว่า ผลัดเขาทุกปี เขากวางอาจยาวได้ถึง 1 เมตร บริเวณใต้ลำคอจะมีแผลเหมือนโรคผิวหนังเป็นดวง เรียกว่า "เรื้อนกวาง"
กวางป่าพันธุ์อินเดียซึ่งอยู่ในอินเดียและศรีลังกามีขนาดใหญ่ที่สุด รองลงมาคือพันธุ์จีนใต้ กวางป่าพันธุ์สุมาตราและบอร์เนียว มีสัดส่วนของเขาเทียบกับร่างกายเล็กที่สุด กวางป่าพันธุ์ฟอร์โมซันเป็นพันธุ์ที่มีร่างกายเล็กที่สุด มีสัดส่วนของเขาเทียบกับร่างกายใกล้เคียงกับกวางป่าพันธุ์จีนใต้
กวางป่ามี 13 ชนิดย่อย ดังนี้
| ชนิดย่อย | เขตกระจายพันธุ์ | |
|---|---|---|
| C. u. apoensis | เกาะมินดาเนา ฟิลิปินส์ | |
| C. u. barandanus | เกาะมินโดโร ฟิลิปินส์ | |
| C. u. basilanensis | บาซิลัน | เกาะบาซิลัน ฟิลิปินส์ |
| C. u. boninensis | โบนิน | หมู่เกาะโบนิน (สูญพันธุ์) |
| C. u. deejeani | จีนใต้ | จีนตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ |
| C. u. equinus | มลายู | เกาะสุมาตรา, ไทย คาบสุมทรมลายู พม่า |
| C. u. francianus | มินโดโร ฟิลิปินส์ | |
| C. u. hainana | ไหหลำ | เกาะไหหลำ |
| C. u. nigellus | เกาะมินดาเนา ฟิลิปินส์ | |
| C. u. niger | อินเดีย | อินเดีย |
| C. u. philippinus | ฟิลิปินส์ | ฟิลิปินส์ |
| C. u. swimhoi | ฟอร์โมซัน | ไต้หวัน |
| C. u. unicolor | ศรีลังกา | ศรีลังกา |
กวางป่ามีเขตกระจายพันธุ์อยู่ในในอินเดีย ปากีสถาน พม่า ไทย ศรีลังกา ฟิลิปินส์ จีนตอนใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย บอร์เนียว สุมาตรา และชวา นอกจากนี้ยังมีประชากรบางส่วนที่เป็นสัตว์นำเข้าในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา และเทกซัส ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นที่ลาดเอียงเล็กน้อย หรือตามพื้นที่เชิงเขาที่เป็นหลั่นไม่ชันนัก พบในป่าหลายประเภทหลายระดับความสูงตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงภูเขาสูง ป่าบึง ป่าไม้แคระ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบ มักพบว่ากวางป่าชอบป่าไม่ไกลจากแหล่งการเกษตรของมนุษย์ ในบางพื้นที่อาจมีการย้ายถิ่นตามฤดูกาล เช่นย้ายลงมาในที่ต่ำกว่าในฤดูร้อนซึ่งมีร่มไม้มากกว่าในฤดูหนาว
กวางป่าหากินตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่ กินใบไม้ ผลไม้ หญ้า หัวพืช ยอดอ่อน ตอนกลางวันจะพักผ่อนอยู่ในป่าทึบ ว่ายน้ำเก่งและชอบแช่ปลัก ตัวผู้ทำสัญลักษณ์บอกอาณาเขตด้วยกลิ่นที่ผลิตจากต่อมกลิ่น
ฤดูผสมพันธุ์ของกวางป่าไม่แน่นอน แต่มักเกิดขึ้นราวเดือนกันยายนจนถึงเดือนมกราคม ในฤดูผสมพันธุ์ กวางตัวผู้จะก้าวร้าวต่อตัวผู้ด้วยกันมากและหวงถิ่น ตัวเมียจะจับกลุ่มกันเป็นฝูงที่อาจมีสมาชิกมากถึง 8 ตัว ตัวผู้จะผสมพันธุ์กับตัวเมียได้หลายตัวในแต่ละฤดู ตัวเมียตั้งท้องนาน 9 เดือน ออกลูกครั้งละตัว ลูกกวางแรกเกิดหนัก 10 กิโลกรัมและตื่นตัวมาก มีขนสีน้ำตาล มีจุดขาวทั่วตัว จุดขาวนี้จะจางลงจนหายไปหลังจากแรกเกิดไม่นาน กวางหนุ่มจะเริ่มมีเขาในปีแรกหรือปีที่สอง เขาในสองปีแรกจะมีขนาดเล็ก ต้องรอให้ถึงปีที่ 3 หรือ 4 จึงจะมีเขาที่สมบูรณ์ กวางสาวจะถึงวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ราว 2 ปี ลูกกวางจะอยู่กับแม่ราว 1-2 ปี กวางป่าในธรรมชาติมีอายุขัยราว 20 ปี ส่วนในแหล่งเพาะเลี้ยงอาจอยู่ได้กว่า 26 ปี
ปัจจุบันประชากรของกวางป่ายังมีอยู่มาก ในอินเดียคาดว่ามีอยู่ราว 50,000 ตัว ไอยูซีเอ็นประเมินว่าอยู่ในระดับ เสี่ยงสูญพันธุ์ (VU) ไซเตสยังไม่จัดประเภทการคุ้มครอง ในเมืองไทยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
| Rusa unicolor | |
|---|---|
| ชื่อไทย | กวางป่า, กวางม้า |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Rusa unicolor |
| ชั้น | Mammalia |
| อันดับ | Artiodactyla |
| วงศ์ | Cervidae |
| วงศ์ย่อย | Cervinae |
| สกุล | Rusa |
| ชื่ออื่น | Sambar, sambur, sambhur
ทมิฬ : Kadaththi man อัสสัม : Xor Pohu |
| สถานภาพการคุ้มครอง | ไทย : สัตว์ป่าคุ้มครอง |