เป็นกระรอกขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย เล็กกว่ากระเล็นขนปลายหูสั้นเล็กน้อย ความยาวหัว-ลำตัว 10.5-12 เซนติเมตร หางยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ขนหางสั้นและเรียบติดหนังไม่ฟูเป็นพวงอย่างกระรอกทั่วไป ปลายหูสีขาว ลำตัวสีน้ำตาลอมเทา หลังมีลายแถบขนานกันไปตามแนวสันหลังสีเหลืองหรือสีครีมสลับดำ สีดำ 5 แถบ สีครีม 4 แถบ แถบสีครีมด้านนอกสุดพาดยาวตั้งแต่จมูกไปจนจรดโคนหาง แถบนอกสุดมีความกว้างและสีใกล้เคียงกับแถบบใน ซึ่งต่างจากแถบของกระเล็นขนปลายหูยาวที่แถบนอกจะกว้างกว่า กระหม่อมสีเทาแกมเขียว ท้องสีเหลืองอ่อนแกมส้ม หางมีจุดประสีเทา น้ำตาล และดำ ลายของกระเล็นจะดูคล้ายกับชิปมังก์ (Tamias sp.) ตัวเมียมีหัวนม 6 เต้า
กระเล็นขนปลายหูสั้นชอบป่าดิบชื้น ป่าดิบเขาระดับต่ำ และป่าเบญจพรรณ พบในประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม และไทย ในประเทศไทยพบในป่าภาคตะวันออก อีสานตอนใต้บริเวณป่าชายแดนไทย-กัมพูชา และที่จังหวัดชัยภูมิ
มักหากินตัวเดียว หรืออาจเป็นกลุ่มที่เป็นครอบครัวเดียวกัน หากินตอนกลางวันบนต้นไม้ตามเรือนยอดชั้นกลางและชั้นชน กินผลไม้ เมล็ดพืช ใบไม้ และแมลงเป็นอาหาร กระโดดและวิ่งไปมาบนกิ่งไม้อย่างคล่องแคล่ว เสียงร้องมีสองแบบ แบบหนึ่งคือ จี้ด ๆ สั้น ๆ คล้ายนก แต่แหลมดังบาดหู และอีกแบบหนึ่งคือเสียงแหลมยาวสั่นระรัวที่ค่อย ๆ ผ่อนเสียงลง
| Tamiops rodolphii | |
|---|---|
| ชื่อไทย | กระเล็นขนปลายหูยาว |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Tamiops rodolphii |
| ชั้น | Mammalia |
| อันดับ | Rodentia |
| วงศ์ | Sciuridae |
| วงศ์ย่อย | Callosciurinae |
| สกุล | Tamiops |
| ชื่ออื่น | Burmese striped tree squirrel, Himalayan striped squirrel |
| สถานภาพการคุ้มครอง | |